
ประโยชน์และวิธีส่งเสริมให้ลูกทำงานบ้าน

บทความโดยภูริพัฒน์ ขำน้อย (ครูโอห์ม)
นักจิตวิทยาเด็กของคิวบิกครีเอทีฟ
งานบ้านอาจดูเหมือนเรื่องเล็กหรือเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่เท่านั้น
แต่แท้จริงแล้วเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้หลากหลายด้าน ทั้งการฝึกความรับผิดชอบ ทักษะชีวิต และระเบียบวินัย
นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว บทความนี้จะพาไปดูประโยชน์ของงานบ้านและวิธีชวนเด็กทำอย่างมีความสุข
การทำงานบ้านช่วยให้น้องๆ พัฒนาทักษะการใช้ชีวิต
การทำงานบ้านช่วยให้น้องๆ พัฒนาทักษะการใช้ชีวิตพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถ ตัวอย่างเช่น การซักผ้า การทำอาหาร หรือการทำความสะอาด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่าน้องๆ ที่ทำงานบ้านตั้งแต่อายุยังน้อยมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตสูงกว่า เพราะพวกเขาได้เรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการเวลา การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
การทำงานบ้านยังช่วยพัฒนาทักษะทางกายภาพ เช่น การทำความสะอาดบ้านที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กและมัดใหญ่ น้องๆ จะได้ฝึกการใช้งานมือและนิ้วในการทำงานที่ต้องการความละเอียดอ่อน เช่น การจัดโต๊ะอาหารหรือการพับผ้า รวมถึงการฝึกการควบคุมร่างกายในการทำงานที่ต้องใช้แรง เช่น การกวาดบ้านหรือการถูพื้น
การทำงานบ้านช่วยฝึกการเรียนรู้และความรับผิดชอบ
การทำงานบ้านเป็นวิธีหนึ่งที่ดีในการสอนน้องๆ ให้รู้จักความรับผิดชอบ เมื่อพวกเขาได้รับมอบหมายหน้าที่และต้องรับผิดชอบงานนั้นๆ น้องๆ จะเรียนรู้ที่จะต้องทำงานให้เสร็จสิ้นตามที่กำหนด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตาได้ชี้ให้เห็นว่าน้องๆ ที่ทำงานบ้านมีแนวโน้มที่จะมีความรับผิดชอบสูงกว่า และสามารถจัดการกับความท้าทายในชีวิตได้ดีกว่า
การเรียนรู้ความรับผิดชอบผ่านการทำงานบ้านยังช่วยให้น้องๆ มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน และเข้าใจว่าทุกคนในครอบครัวมีบทบาทและหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อให้บ้านเป็นที่ที่น่าอยู่ การที่น้องๆ ได้รับมอบหมายงานบ้านจึงเป็นการฝึกให้พวกเขารู้จักการแบ่งปันหน้าที่และความรับผิดชอบในชีวิตจริง
การทำงานบ้านยังช่วยในการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง
การที่น้องๆ สามารถทำงานบ้านได้สำเร็จจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง การทำงานบ้านเป็นการให้พวกเขาได้เห็นว่าตนเองมีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ได้ ซึ่งจะส่งผลให้พวกเขามีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองมากขึ้น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส พบว่าน้องๆ ที่ทำงานบ้านมีแนวโน้มที่จะมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่า และมีความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่า
นอกจากนี้ การที่น้องๆ ได้รับคำชมเชยหรือกำลังใจจากครอบครัวเมื่อพวกเขาทำงานบ้านได้ดี จะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง พวกเขาจะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง การทำงานบ้านจึงเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองอย่างยั่งยืน
การทำงานบ้านเป็นตัวช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
การทำงานบ้านร่วมกันในครอบครัวช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานบ้าน จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าทุกคนมีส่วนร่วมและมีความสำคัญในครอบครัว นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างการสื่อสารที่ดีและการทำงานร่วมกัน งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ระบุว่าครอบครัวที่ทำงานบ้านร่วมกันมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมีความสุขมากขึ้น
การทำงานบ้านร่วมกันยังเป็นโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้วิธีการทำงานเป็นทีม และเข้าใจว่าการทำงานร่วมกันสามารถทำให้สิ่งต่างๆ สำเร็จได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในการทำงานบ้านยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการเคารพในบทบาทของแต่ละคนในครอบครัว
อีกทั้งการทำงานบ้านยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
การทำงานบ้านเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตในอนาคต เมื่อพวกเขาโตขึ้นและออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง น้องๆ จะต้องมีทักษะในการดูแลตนเองและบ้านของตนเอง การที่พวกเขาได้ฝึกฝนการทำงานบ้านตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยให้พวกเขามีความพร้อมและมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างอิสระในอนาคต งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา พบว่าน้องๆ ที่ทำงานบ้านมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบและสามารถจัดการกับชีวิตได้ดีขึ้น
นอกจากนั้น การทำงานบ้านยังช่วยให้น้องๆ เข้าใจความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งของและสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการดำเนินชีวิตในสังคม การที่พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการจัดการกับงานบ้านต่างๆ จะทำให้พวกเขาสามารถรับมือกับภาระหน้าที่ในอนาคตได้ดีขึ้น
การพัฒนาขั้นตอนในการทำงานบ้าน
ก่อนที่น้องๆ จะสามารถทำงานบ้านได้ เขาควรจะได้เรียนรู้การทำงานต่างๆ เหล่านี้ตามพัฒนาการของเขาเสียก่อน
ขั้นที่ 1 การช่วยเหลือตัวเองขั้นพื้นฐาน (Self-care)
เช่น กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว น้องๆ จะได้เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้น ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิต
ขั้นที่ 2 งานดูแลรักษาข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว
เช่น เก็บของเล่น จัดตารางสอน น้องๆ จะได้ฝึกการรับผิดชอบต่อสิ่งของของตนเอง และการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นที่ 3 งานเพื่อส่วนรวม หรือ งานบ้าน
สาเหตุที่งานบ้านเป็นงานเพื่อส่วนรวม เพราะเมื่อพวกเขาทำงานบ้าน ไม่ใช่แค่เพียงตัวเขาที่ได้รับผลประโยชน์ แต่คนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมกับเขาได้รับผลประโยชน์ร่วมกับเขาด้วย เช่น เมื่อพวกเขากวาดบ้าน ทุกคนในบ้านก็จะได้เดินบนพื้นบ้านที่สะอาด หรือเมื่อพวกเขารินน้ำใส่ขวดเข้าตู้เย็น เขาทำให้ทุกคนในบ้านได้ดื่มน้ำเย็น
การทำงานบ้านช่วยลดการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง (egocentric) และเพิ่มความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (empathy)
งานบ้านทำให้น้องๆ เข้าใจความเหนื่อยจากการทำงาน เพราะได้ลงมือทำมันด้วยตนเอง พวกเขาจะเข้าใจมากขึ้นเวลาพ่อแม่หรือคนอื่นๆ บอกเขาว่า “แม่ทำกับข้าวอยู่” หรือ “พ่อไปทำงานมา” เพราะเขารู้ว่าเขาต้องใช้เวลาทำงานบ้าน และมันก็เหนื่อยพอดู งานบ้านทำให้น้องๆ เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมากขึ้น และทำให้พวกเขารู้สึกขอบคุณเมื่อคนอื่นๆ ทำงานเล็กๆ ให้เขา
การที่น้องๆ ต้องทำงานบ้านจะช่วยลดการคิดถึงแต่ตัวเอง พวกเขาจะเห็นความสำคัญของการทำงานเพื่อส่วนรวมและการช่วยเหลือผู้อื่น การที่พวกเขาได้รับหน้าที่และต้องทำงานบ้านร่วมกับสมาชิกในครอบครัว จะทำให้พวกเขาเรียนรู้ว่าทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการทำให้บ้านเป็นที่อยู่ที่ดี
งานบ้านสอนให้เคารพและเห็นคุณค่าของผู้อื่น
“คนทำงานสุจริตทุกคนมีคุณค่า และควรได้รับการเคารพ” น้องๆ ควรเรียนรู้ว่า “พี่แม่บ้าน พี่รปภ. คนสวน งานทุกงานล้วนมีคุณค่า” งานบ้านเล็กๆ ที่เขาทำก็มีคุณค่า มีคนได้ใช้ประโยชน์จากงานที่เขาทำ และเขาควรได้รับคำชมจากการทำงานนั้น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยลพบว่าน้องๆ ที่ทำงานบ้านมีความเห็นอกเห็นใจและเคารพผู้อื่นมากกว่า เพราะพวกเขาได้เรียนรู้ว่าการทำงานบ้านมีความสำคัญและมีคุณค่า
การทำงานบ้านยังช่วยการเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์
เมื่อพวกเขาเห็นว่าตนเองมีส่วนร่วมในงานบ้านและได้รับการยอมรับ พวกเขาจะมีความมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้น พวกเขาจะรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และมีความสำคัญในครอบครัว การที่พวกเขาได้ทำงานบ้านจะทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง และไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับหรือคำชมจากภายนอกมากนัก งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าน้องๆ ที่ทำงานบ้านมีความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์มากกว่า เพราะพวกเขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและได้รับการยอมรับ
สรุป
การส่งเสริมให้น้องๆ ทำงานบ้านมีประโยชน์ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะและความรับผิดชอบ ผู้ปกครองควรใช้วิธีการที่เหมาะสมในการกระตุ้นและสร้างความสนุกสนานในการทำงานบ้าน เพื่อให้น้องๆ เห็นคุณค่าและประโยชน์จากการทำงานบ้านในชีวิตประจำวัน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้น้องๆ มีส่วนร่วมในการทำงานบ้าน เพื่อประโยชน์และการพัฒนาที่ดีในอนาคตของพวกเขา

นัดหมายปรึกษาครั้งแรกเริ่มต้น 600 บาท
เพียงติดต่อเราผ่านทาง LINE @cubiccreative เพื่อนัดหมายพูดคุยกับนักจิตวิทยาของเรา
บริการนี้เป็นการให้คำปรึกษาและพูดคุยแนวทางเบื้องต้นโดยนักจิตวิทยาเด็ก ซึ่งไม่ใช่การบำบัดหรือรักษาสภาวะทางจิต หากคุณต้องบำบัดหรือรักษาโรคทางจิตเวช โปรดติดต่อสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมจากแพทย์
