
เมื่อเรื่องสังคมกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับลูก — เพื่อนหนึ่งคนก็ทำให้อารมณ์แกว่งได้ทั้งวัน?
บทความโดยภูริพัฒน์ ขำน้อย (ครูโอห์ม)
นักจิตวิทยาเด็กของคิวบิกครีเอทีฟ
⭐ เมื่อเรื่องสังคมกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับลูก — เพื่อนหนึ่งคนก็ทำให้อารมณ์แกว่งได้ทั้งวัน?
บางวันลูกอาจกลับมาบ้านด้วยรอยยิ้ม บางวันเงียบไปทั้งเย็น บางวันดูหงุดหงิดโดยไม่บอกเหตุผล หรือบางวันก็ร้องไห้เพราะเพื่อนพูดแค่ประโยคเดียว พ่อแม่หลายคนสับสนว่า “มันเป็นเรื่องเล็กจริงๆ หรือเปล่า? ทำไมลูกถึงเก็บมาคิดทั้งวัน?”
แต่ถ้าลองมองลึกลงไป เราจะพบว่า… ความสัมพันธ์ในชีวิตเด็ก ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยสักนิดเดียวสำหรับเขา และความหมายของ “เพื่อน” ก็เติบโตไปพร้อมกับตัวเขาในทุกช่วงวัย จนกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เรามองเห็นเสมอ
🌱 ตอนยังเล็ก—เด็กเรียนรู้โลกผ่านการเล่น
ช่วงวัยอนุบาล เด็กยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “เพื่อนสนิท” อย่างลึกซึ้ง แต่เขาเริ่มเรียนรู้ว่าคนอื่นคิดไม่เหมือนเขา เริ่มทดลองเข้าใกล้–ถอยออก–แบ่งปัน–แย่ง–ง้อ ทั้งหมดนี้คือภาษาทางสังคมชุดแรกๆ ในชีวิต แม้ความขัดแย้งจะจบเร็ว แต่ประสบการณ์เล็กๆ ในสนามเด็กเล่น ค่อยๆ ปูพื้นว่า “เวลาอยู่กับคนอื่น เราจะรู้สึกอย่างไร” นี่คือก้าวแรกของทักษะทางสังคม ซึ่งต่อมาเมื่อเขาโตขึ้น…จะมีผลต่อจิตใจของเขามากกว่าที่เราคิด
🌿 เมื่อวันหนึ่งเขาเริ่มเข้าใจตัวเอง—เพื่อนก็กลายเป็นกระจกสะท้อนหัวใจ
พอเข้าสู่วัยประถมต้น เด็กจะเริ่มตั้งคำถามว่า “เพื่อนคิดยังไงกับเรา?” “หนูเป็นคนแบบไหนในสายตาเขา?” นี่เป็นวัยที่เพื่อนเริ่มมีอิทธิพลกับเขามากจริงๆ เพราะลูกเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่เพื่อนมองเห็นในตัวเขา…เป็นส่วนหนึ่งในตัวตนของเขาจริงๆ เพื่อนพูดดีครั้งเดียว ลูกยิ้มได้ทั้งวัน แต่ถ้าเพื่อนเมินเพียงครั้งเดียว ลูกก็อาจเงียบไปทั้งเย็นมันไม่ใช่ความอ่อนไหวเกินไป แต่เป็นครั้งแรกที่เด็กเริ่ม “ตีความ” ความสัมพันธ์ทางสังคม และนี่คือครั้งแรกที่เขารู้ว่า คำพูดและมุมมองของคนอื่น…สามารถสั่นไหวใจของเขาได้จริงๆ
🌺 เมื่อโตขึ้น—ความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้น และความเจ็บปวดก็ลึกขึ้นด้วย
ในวัยประถมปลาย เด็กเริ่มมี “เพื่อนสนิท” แบบจริงจัง เพื่อนที่เขาไว้ใจ เพื่อนที่รู้ว่าเขาชอบอะไร กลัวอะไร เพื่อนที่เหมือนเป็นบ้านหลังหนึ่งในโรงเรียน ยิ่งผูกพันมากขึ้น ความเปราะบางก็เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ การทะเลาะกันเล็กๆ การไม่ชวนเล่น หรือการไปกับคนอื่น ทั้งหมดนี้ทำให้เด็กอ่อนไหวขึ้น—เพราะเขารู้สึกว่า “พื้นที่ปลอดภัยของเรากำลังจะหายไป” แม้เขาไม่พูด แต่เขาคิดทั้งคืนว่า “หรือเขาไม่รักเราเหมือนเดิมแล้ว?” นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่นี่คือการเรียนรู้ครั้งสำคัญของหัวใจกับคำว่า “ใกล้ชิด” และ “ห่างเหิน”
🌈 เมื่อก้าวสู่วัยรุ่นตอนต้น—เพื่อนนิยามว่าลูกเป็นใคร
วัย 12–14 ปี เป็นช่วงที่หัวใจเด็กเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เพื่อนมีอิทธิพลในระดับที่ผู้ใหญ่หลายคนลืมไปแล้วว่าเคยรู้สึกแบบนั้น เพื่อนสนิทหนึ่งคน คำพูดหนึ่งประโยค การไม่ตอบแชทหนึ่งครั้ง สายตาเฉยๆ หนึ่งวินาที ล้วนสามารถทำให้ลูกสงสัยทั้งวันว่า “เรายังเป็นคนสำคัญไหม?” “เราทำอะไรผิดหรือเปล่า?” เพราะวัยนี้กำลังค้นหาคำตอบว่า “ฉันเป็นใครในสายตาสังคมภายนอก?” และคำตอบนั้น…มักได้มาจากเพื่อนก่อนเป็นอันดับแรก เด็กไม่ได้ดราม่า ไม่ได้คิดมากเกินไป เขาแค่กำลังพยายาม “ยืนให้มั่นคง” ในพื้นที่ใหม่ของชีวิต และทุกคำพูดจากเพื่อนจึงสั่นสะเทือนหัวใจเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
☔ บางครั้งลูกไม่ได้เหนื่อยจากเหตุการณ์—แต่เหนื่อยจากการต้องพยายามทั้งวัน
สำหรับเด็ก การอยู่ในห้องเรียนหนึ่งวัน คือการเฝ้าดูท่าทีเพื่อน การระวังไม่พูดอะไรให้ใครไม่พอใจ การเข้ากลุ่มให้ได้ การคงภาพลักษณ์ของตัวเอง การอ่านอารมณ์คนอื่น และการประเมินว่า “วันนี้เรายังโอเคไหม”
🌳 แล้วพ่อแม่ช่วยลูกได้อย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องบอกวิธีรับมือเสมอไป สิ่งที่ลูกต้องการก่อนคือ…
- คนที่ฟังโดยไม่ตัดสิน
- คนที่ไม่บอกว่า “เรื่องแค่นี้เอง”
- คนที่อยู่ตรงนั้น แม้เขายังไม่พร้อมเล่า
- คนที่ทำให้เขารู้ว่า “ลูกไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้”
คำพูดง่ายๆ เช่น “แม่อยู่ตรงนี้นะลูก” “พวกเราจะผ่านเรื่องนี้ไปพร้อมกัน” คำพูกเหล่านี้มีความหมายมากมายสำหรับเด็กที่พยายามและสู้กับมุมมองของสังคมรอบตัวที่มีต่อตัวเขามาตลอด เพราะเขาจะรับรู้ว่าเขาไม่ได้เผชิญสิ่งต่างๆ อยู่เพียงคนเดียวและหากมีเรื่องหนักกายไม่สบายใจ เราก็พร้อมที่จะร่วมทางไปกับเขาเสมอ
☀️ และหากเรื่องเพื่อนเริ่มกระทบชีวิตลูก
เช่น…
- ไม่อยากไปโรงเรียน
- อารมณ์แปรปรวนหลายวันติด
- เสียความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด
- เริ่มบอกว่าตัวเองไม่มีค่า
- หรือเหนื่อยกับการเข้าสังคมมากผิดปกติ
นี่คือสัญญาณว่าลูกต้องการ “ความช่วยเหลือที่ลึกกว่าเพียงคำแนะนำทั่วไป” ถ้าคุณคือคนที่คอยเคียงข้างลูก เราก็อยากเป็นคนที่คอยเคียงข้างพ่อแม่ ร่วมมองเรื่องราวในใจลูกไปด้วยกันบนเส้นทางการเติบโตของเขา
นัดหมายปรึกษาครั้งแรกเริ่มต้น 600 บาท
เพียงติดต่อเราผ่านทาง LINE @cubiccreative เพื่อนัดหมายพูดคุยกับนักจิตวิทยาของเรา
บริการนี้เป็นการให้คำปรึกษาและพูดคุยแนวทางเบื้องต้นโดยนักจิตวิทยาเด็ก ซึ่งไม่ใช่การบำบัดหรือรักษาสภาวะทางจิต หากคุณต้องบำบัดหรือรักษาโรคทางจิตเวช โปรดติดต่อสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมจากแพทย์
🎒 เข้าใจโลกของลูกในแบบของเขามากขึ้น…ด้วยการสังเกตพฤติกรรมในค่าย (In-camp Behavior Analysis)
บางมุมของลูกจะมองเห็นได้ชัดที่สุด เมื่อเขาอยู่ในสังคมของตัวเอง—เล่นกับเพื่อน แก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือแสดงตัวตนแบบที่เขาไม่ทันได้คิดว่าจะ “ต้องทำให้ดี”
บริการ In-camp Behavior Analysis คือการสังเกตพฤติกรรมของลูกในระหว่างค่ายของคิวบิกครีเอทีฟ เพื่อเก็บรายละเอียดเล็กๆ ของพฤติกรรมธรรมชาติที่มักไม่เห็นที่บ้านหรือโรงเรียน
สิ่งที่เราเก็บได้จากค่าย เช่น วิธีที่ลูกเข้าหากลุ่ม การรับมือความขัดแย้งเล็กๆ การรอคอย หรือจังหวะที่อารมณ์ลูกเปลี่ยน—ทั้งหมดกลายเป็นข้อมูลที่ช่วยให้พ่อแม่เห็น “โลกภายในของลูก” ได้ชัดขึ้น และเมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการปรึกษาหลังค่าย การพูดคุยก็จะ “ตรงประเด็นกว่า” และช่วยให้พ่อแม่เข้าใจความต้องการของลูกในมุมที่ลึกและจริงมากขึ้น
ที่มา
- Somerville, L. H. (2013). The teenage brain: Sensitivity to social evaluation. Current Directions in Psychological Science, 22(2), 121–127.
- Harter, S. (2015). The construction of the self: Developmental and sociocultural foundations (2nd ed.). Guilford Press.
- Crick, N. R., & Dodge, K. A. (1994). A review and reformulation of social information-processing mechanisms. Psychological Bulletin, 115(1), 74–101.
- Leff, S. S., & collaborators. (2019). Peer relationships and emotional functioning in childhood. Journal of Social and Personal Relationships, 36(2), 356–375.
