creativeideasdrivetheworld.
In: Cubic Research Group By: Chayanin
6 Oct 2008กลับมาแนะนำเว็บไซต์กันอีกรอบครับ (เป็นเครื่องมือหากินสิ้นคิดเวลาไม่รู้จะเขียนอะไรดี) คราวนี้ เป็นเครื่องมือช่วยเหลือของผู้ศึกษาหรือใช้ภาษาอังกฤษครับ
คงปฏิเสธกันไม่ได้ว่า ดิกชันนารีหรือพจนานุกรมนั้นเป็นเครื่องมือที่สำคัญหนึ่งของผู้ศึกษาภาษา เพราะเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราจะต้องพบกับคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก พจนานุกรม ก็เป็นที่พึ่งพิงที่จะทำให้เราเข้าใจคำศัพท์นั้นๆ
เว็บไซต์ที่จะมาแนะนำในวันนี้ ก็เกี่ยวข้องกับพจนานุกรมภาษาอังกฤษนี่เองครับ หลายคนอาจจะรู้จักหรือใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ก็ต้องขออภัยที่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน แต่ผมก็เชื่อว่า มีอีกหลายคนที่ไม่เคยรู้จักเว็บไซต์นี้ (เช่นเพื่อนผมเองเป็นต้น) ก็ถือว่าเป็นการแนะนำทางเลือกใหม่ให้กับคนที่ยังไม่เคยรู้แล้วกันนะครับ
เว็บไซต์ที่ผมจะแนะนำ มีชื่อว่า onelook.com ครับ ซึ่งโดยตัวเว็บไซต์นี้เองแล้ว ไม่ใช่พจนานุกรมของสำนักพิมพ์หรือสถาบันใดๆ ถึงตอนนี้หลายๆ คน อาจจะสงสัยว่า อ้าว ตกลงมันคืออะไรกัน
ผมขอแนะนำให้ลองเข้าไปดูกันเลยครับ ที่ http://www.onelook.com/ เมื่อเข้าไป สิ่งที่เราเห็นคือ คำว่า OneLook และข้างใต้ก็เขียนว่า Dictionary Search ใช่แล้วครับ เว็บไซต์นี้ ทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องมือค้นหา (search engine) ที่เข้าไปค้นในคลังคำศัพท์ของพจนานุกรมฉบับต่างๆ นั่นเอง
ลองดูเลยดีกว่าครับ จากหน้าแรก สมมติว่าเราอยากได้ความหมายของคำว่า creative เราก็พิมพ์คำว่า creative เข้าไป เว็บไซต์ก็จะแสดงผลออกมา อย่างแรก ทางมุมขวามือจะมี quick definition ให้ และทางซ้าย ก็จะเป็นผลการค้นหา คำว่า creative จากพจนานุกรมออนไลน์ฉบับต่างๆ ซึ่งเราสามารถเลือกดูได้ อย่างฉบับที่อาจจะคุ้นตาอาจจะเป็น Cambridge หรือ Merriam-Webster เป็นต้น ซึ่งเราสามารถคลิกเพื่อเข้าไปที่หน้าของพจนานุกรมนั้นๆ ได้ ในขณะเดียวกัน กรอบด้านล่าง ยังมีบอก phrase หรือวลีที่มีคำว่า creative อยู่ด้วย
นอกจากพจนานุกรมทั่วไปแล้ว OneLook ยังค้นในพจนานุกรมเฉพาะทางด้วย ถ้าเราลองค้นหาใหม่ โดยใส่คำว่า supply ลงไป จะเห็นว่า นอกจากพจนานุกรมในกลุ่ม general แล้ว ยังมีรายการพจนานุกรมในกลุ่มอื่นๆ ด้วย เช่น business, computing, medicine และอื่นๆ
หากเรากลับไปที่หน้าแรก (คลิกคำว่า Home ในแถบบนสุด) จะเห็นในกรอบว่า เราสามารถกรอกคำค้นหาได้หลายรูปแบบด้วย เช่น เราสามารถหาคำที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า blue ด้วยการพิมพ์ blue* ลงในคำค้นหา หรือหากเราไม่มั่นใจว่า คำว่า creative สะกดด้วย ea หรือ ae กันแน่ เราอาจพิมพ์ไปเป็น cr??tive ซึ่งระบบก็จะค้นหาคำที่ขึ้นต้นด้วย cr- ลงท้ายด้วย -tive และมีตัวอักษรอื่นสองตัวอยู่ตรงกลาง หรือพิมพ์เป็น cr*tive ซึ่งจะแสดงรายการทุกคำที่ขึ้นต้นด้วย cr- และลงท้ายด้วย -tive เป็นต้น
มาดูอีกส่วนหนึ่ง หากเรามองไปที่แถบด้านบน จะเห็นว่า มีตัวเลือก customize อยู่ เราสามารถปรับแต่งรูปแบบให้เข้ากับการใช้งานของเราได้ เช่น เราสามารถเลือกให้การคลิกที่คำเวลาเราค้นหา ให้เปิดขึ้นมาในหน้าต่างใหม่ หรือเลือกให้แสดงผลจากพจนานุกรมในกลุ่มไหนก่อน รวมถึงสามารถปรับสีพื้นหลังของเว็บไซต์ได้อีกด้วย
ท้ายที่สุด เป็นการใช้งานที่ผมยังไม่มีโอกาสได้ใช้งานมากนัก และผมรู้สึกว่า ยังไม่สะดวกเท่าไร คือ Reverse Dictionary แต่ผมก็เชื่อว่า อาจเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนได้ จากชื่อของมัน ก็น่าจะพอเดาได้ว่า หน้านี้ไว้ใช้ทำอะไร Reverse Dictionary ก็คือการค้นคำในฝั่งความหมาย เพื่อหาคำที่เราต้องการ โดยคุณสามารถอ่านการใช้งานได้จากหน้านั้นได้ (ประโยชน์หนึ่งที่เว็บไซต์บอกคือ ไว้ช่วยในการเล่นปริศนาอักษาไขว้ได้)
โดยรวม ผมคิดว่า OneLook เป็นเครื่องมือที่ดีอันหนึ่ง โดยสำหรับผู้ที่มักใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมืออยู่แล้ว (ซึ่งคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ได้ ก็คงใช้อินเทอร์เน็ตกันอยู่แล้วเป็นแน่) ข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งสำหรับหลายๆ คน อาจจะเป็นที่เว็บไซต์เน้นไปทางพจนานุกรมภาษาอังกฤษ และไม่มีแบบแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งหลายๆ คนน่าจะคุ้นชินมากกว่า (การใช้พจนานุกรมสองภาษาก็มีข้อจำกัดในการพัฒนาความสามารถทางภาษาไม่น้อย และเมื่อถึงระดับหนึ่ง พจนานุกรมภาษาเดียวก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยเว็บไซต์นี้ก็เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ใช้พจนานุกรมภาษาเดียวได้ดีทีเดียว)
In: Cubic Research Group By: Chayanin
27 Jul 2008![]()
เชื่อว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตมาพอสมควร คุณน่าจะเคยผ่านตากับเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า Wikipedia หรือวิกิพีเดีย[citation needed] และเชื่อว่าหลายๆ คน ก็เคยเข้าไปหาหรือใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์นี้มาบ้างแล้ว[citation needed] แต่ว่า จริงๆ แล้ว คุณรู้จักวิกิพีเดียมากแค่ไหน?
คุณก็เขียนวิกิพีเดียได้?
ถ้าคุณเคยเข้าไปหน้าเว็บไซต์ของวิกิพีเดีย คุณจะเห็นคำว่า [edit] หรือ [แก้ไข] อยู่เหนือหน้าและในแต่ละหัวข้อ (ยกเว้นบังเอิญว่าหน้านั้นถูกป้องกันไว้) นั่นคือถ้าคุณกดเข้าไปแล้ว คุณก็จะเข้าไปสู่หน้าแก้ไข และคุณก็สามารถแก้ไขข้อมูลที่ผิด หรือเพิ่มเติมข้อมูลลงไปได้เลย สิ่งที่คุณแก้ไข จะปรากฏบนหน้าเว็บทันที[citation needed]
จริงเหรอ?
จริงครับ
วิกิพีเดียมีหลายภาษา?
ปัจจุบันวิกิพีเดียมีแล้ว 253 ภาษา[citation needed] ซึ่งแต่ละภาษาก็จะเขียนขึ้นโดยอาสาสมัครในวิกิพีเดียภาษานั้นๆ ดังนั้นหัวข้อเรื่องเดียวกันในแต่ละภาษา ก็ไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหาเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ถึงตอนนี้ ทุกภาษามีบทความรวมกันมากกว่าสิบล้านบทความ ในจำนวนนี้ มากกว่าสองล้านอยู่ในวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ คุณสามารถดูเนื้อหาในภาษาอื่นๆ ได้ จากแถบด้านซ้ายของแต่ละหน้า
คุณสามารถเอาเนื้อหาในวิกิพีเดียไปเผยแพร่ได้?
วิกิพีเดียใช้สัญญาอนุญาต (ไลเซนส์) แบบ GFDL (GNU Free Documentation License)[citation needed] สรุปง่ายๆ ว่า คุณสามารถเอาเนื้อหาวิกิพีเดียไปใช้อย่างไรก็ได้ (อ่าน แปะไว้บนเว็บไซต์ แจกเพื่อน พิมพ์ขาย) โดยที่คนอื่นจะใช้งานของคุณได้ในข้อกำหนดเดียวกัน รวมถึงงานดัดแปลงจากงานนี้ ต้องอยู่ในไลเซนส์เดียวกัน (มีข้อกำหนดในรายละเอียดอื่นอยู่บ้าง เช่น ถ้าเกิดคุณจะพรินต์งานนี้ออกมา คุณต้องมีข้อความระบุไลเซนส์ และต้องพรินต์ข้อความเต็มของไลเซนส์แนบไปด้วย ซึ่งก็ยาวพอสมควร)
วิกิพีเดียเอาไปใช้อ้างอิงไม่ได้?
เป็นความจริงที่ว่า วิกิพีเดียยังขาดความน่าเชื่อถือทางวิชาการ โดยอาจารย์ (มหาวิทยาลัย) หลายคนไม่แนะนำ หรือห้ามใช้การอ้างถึง (cite) วิกิพีเดีย ทั้งนี้ก็ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่ใช่ทุกเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตที่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว (หรือแม้แต่หนังสือเองก็ตาม) เพราะการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมานั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย[citation needed]
แล้วจะใช้ยังไงดี?
จากตรงนี้ไป เป็นความเห็นและประสบการณ์ของผมเองนะครับ ผมเองเคยใช้วิกิพีเดีย (ภาษาอังกฤษ) ครั้งแรกตั้งแต่ประมาณปลายปี 2003[citation needed] ตอนนั้นก็ค้นจากกูเกิลเข้าไปเจอธรรมดาๆ เหมือนคนส่วนใหญ่นี่ละครับ ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจลักษณะของวิกิพีเดียเลย ก็คิดว่าเหมือนเว็บไซต์ทั่วๆ ไปนี่แหละ ก็นำข้อมูลมาใช้ปกติ หลังจากเข้าไปใช้ข้อมูลบ่อยขึ้น (ทั้งเวลาต้องการข้อมูล และเวลาไม่มีอะไรทำเลยเข้าไปอ่านเล่น แล้วมันโยงไปเรื่อยๆ) ก็เริ่มเข้าใจลักษณะของเนื้อหาในวิกิพีเดียมากขึ้น จนถึงเริ่มทำการแก้ไขในวิกิพีเดียด้วย ซึ่งพอได้เข้าไปร่วมแก้ไข เริ่มจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ (ไม่มากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเรื่อง discussion) จนมาถึงเข้ามาแก้ไขในวิกิพีเดียไทย (ที่ตอนแรกไม่ได้สนใจ เพราะไม่มีเนื้อหาน่าสนใจมากนัก) พอได้เข้าไปอยู่ข้างในชุมชนวิกิพีเดียเอง ก็ยิ่งเห็นและเข้าใจระบบ รวมถึงปัญหามากขึ้น[citation needed]
ปัญหาหลักๆ ของวิกิพีเดีย ก็น่าจะเป็นอย่างที่หลายคนคงเดาๆ ได้ คือการที่วิกิพีเดียเปิดให้ใครเข้าไปเขียนก็ได้ ดังนั้นก็ไม่มีอะไรยืนยันแน่นอนว่า ข้อมูลนั้นถูกต้องเสมอ โดยทั่วไประบบของเรื่องนี้คือ การที่มีผู้แก้ไขจำนวนมาก ทำให้เกิดการตรวจสอบจากผู้แก้ไขคนอื่นๆ แต่แน่นอนว่า มันก็มีโอกาสที่จะหลุดผ่านไป โดยเฉพาะเนื้อหาที่ไม่มีคนเข้าไปดูมากนัก ซึ่งปัญหาอีกข้อหนึ่งก็คือ ในเรื่องที่เป็นประเด็นเด่น ก็จะมีคนสนใจมาก ก็จะมีเนื้อหา รวมถึงการโต้เพียงมากกว่า ในขณะที่บางบทความ ก็จะมีคนเขียนอยู่ไม่มากนัก โดยเฉพาะบทความวิชาการที่อาศัยความรู้ระดับหนึ่ง[citation needed] (เป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะบอกว่า วิกิพีเดียมีไว้หาข้อมูลดารามากกว่าวิทยาศาสตร์ มันก็ช่วยไม่ได้ที่คนมีเวลาว่างมาเขียนวิกิพีเดีย จะสนใจเรื่องดารามากกว่าวิทยาศาสตร์นะครับ)
ตัวหลักการของวิกิพีเดียนั้น บอกให้ผู้เขียน ใส่อ้างอิงกับข้อมูลที่ใส่ไป แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไม่ใช่ทุกข้อมูลที่มีคนใส่อ้างอิง (แน่ล่ะครับ เขียนเข้าไปเฉยๆ ตามสิ่งที่ตัวเองรู้และจำได้ มันง่ายกว่าพยายามใส่อ้างอิงเข้าไปด้วยแน่นอน) ตามความคิดผม ข้อมูลในวิกิพีเดีย จำนวนมากไม่ได้ผิด แต่ไม่มีอ้างอิงมายืนยันว่ามันถูก งงมั้ยครับ อย่างเวลาเราคุยกันในเว็บบอร์ด เวลาเราถามความรู้ ก็จะมีคนบางคนที่เข้ามาตอบ ซึ่งความรู้ที่ให้มานั้น ส่วนใหญ่ก็ถูกต้อง แต่ก็เป็นข้อมูลที่ ใครก็เข้ามาเขียนได้โดยง่าย ดังนั้นความน่าเชื่อถือก็ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับหนังสือตีพิมพ์ ที่เรารู้ว่าใครเขียน และผ่านสำนักพิมพ์ซึ่งก็ต้องตรวจสอบเพื่อรักษาชื่อเสียง วิกิพีเดียก็คล้ายๆ กัน (แน่นอนว่าก็ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะน่าเชื่อถือ แต่เพราะว่าการตีพิมพ์หนังสือนั้นยากกว่าเล็กน้อย – อย่างน้อยก็ต้องมีทุนระดับหนึ่ง – และเรารู้ว่าใครเป็นคนเขียน ใครเป็นคนพิมพ์ ทำให้มีการสั่งสมความน่าเชื่อถือกันได้มากกว่า)[citation needed]
โดยส่วนตัวผมเอง ก็ยังคงใช้วิกิพีเดียเยอะครับ แม้ว่าจะมีปัญหาอย่างที่กล่าวมา เหตุผลหลักคือ มันง่ายครับ[citation needed] และก็มีข้อมูลที่ลึกระดับหนึ่ง ถึงจะไม่น่าเชื่อถือมากนัก (แต่หลายบทความก็ทำได้ดีนะครับ มีการอ้างอิงที่ดีมากๆ[citation needed] โดยเฉพาะหลายบทความในกลุ่ม Featured Article แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดอยู่ดี) แต่ก็นับว่าใช้ได้ สำหรับการใช้งานโดยส่วนตัว ที่ไม่ได้ต้องการความน่าเชื่อถือมาก เช่น เราได้ยินคนพูดถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชื่อ Thunderbird แล้วเราอยากรู้ว่ามันคืออะไร มีความเป็นมายังไง เราก็เข้าไปดูในวิกิพีเดีย มันก็รวดเร็วและตอบสนองความต้องการของเราได้ หรือกับข้อมูลพื้นฐานที่มีโอกาสผิดพลาดได้น้อย เช่น อยากรู้ว่าประเทศฟินแลนด์แบ่งการปกครองออกเป็นกี่จังหวัด ใช้วิกิพีเดียซึ่งเราคุ้นชินกับอินเตอร์เฟซก็ง่ายกว่าการไปหาในเว็บไซต์อื่น
นอกจากนี้ ผมยังใช้วิกิพีเดียสำหรับการหาข้อมูลเบื้องต้น เพื่อเอาไปค้นต่อ อย่างเช่น เราสามารถเข้าไปยังอ้างอิงที่ลิสต์ไว้ในวิกิพีเดีย (ในกรณีที่เป็นเว็บไซต์) ก็ทำให้สะดวกขึ้น กว่าการค้นจากคีย์เวิร์ดในกูเกิล ที่บางทีก็ได้อะไรที่เราไม่ต้องการ หรืออ่านในวิกิพีเดียว่า หัวข้อที่เราต้องการรู้ เกี่ยวกับอะไรบ้าง เพราะส่วนมากวิกิพีเดียก็จะมีเนื้อหาที่ค่อนข้างครอบคลุมกว้างขวาง (ส่วนใหญ่จะกว้างกว่า Encarta ที่ผมใช้จนผมยอมแพ้ หันไปหาวิกิพีเดียก่อนเอนคาร์ตาอยู่บ่อยๆ) จากนั้นเราก็สามารถเอาไปค้นหาในกูเกิลต่อได้ เพื่อหาเว็บไซต์อื่น (ที่อาจจะน่าเชื่อถือกว่า เช่น เว็บไซต์ข่าวนานาชาติ เว็บไซต์วิชาการต่างๆ) อันนี้ก็เป็นวิธีที่ผมเคยใช้เองตอนที่ต้องการข้อมูลไปทำรายงานสมัยม.ปลายครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเขียนถึงก่อนจะจบ (เสียที) ก็คือ เวลาอ้างอิงถึงวิกิพีเดีย (หรืออันที่จริง อ้างถึงแหล่งข้อมูลทุกอย่างบนอินเทอร์เน็ต) ควรจะต้องอ้างอิงวันที่ที่เราเข้าไปอ่านด้วย (จริงๆ อันนี้เป็นมาตรฐานในการเขียนบรรณานุกรมของแหล่งข้อมูลออนไลน์อยู่แล้ว) เพราะว่าวิกิพีเดีย และเว็บไซต์ทุกแห่ง มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ตลอด[citation needed] (อย่างวิกิพีเดียนั้น เปลี่ยนแปลงได้ทันทีที่คุณต้องการ)
ก็ เขียนมายืดยาว ก็อยากจะเผยแพร่ลักษณะของวิกิพีเดียให้รู้จักกัน จะได้เข้าใจและรู้ข้อจำกัดในการใช้ (หรือกล้าใช้มากกว่าเดิม สำหรับคนที่เดิมไม่กล้าใช้) เพราะในปัจจุบัน แหล่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตถูกใช้อย่างกว้างขวาง หลายครั้งเห็นเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ เอาข้อมูลไปใช้แบบไม่ค่อยระวังนัก (ผมคุ้นเคยกับวิกิพีเดียจนถึงกับจำได้ว่า ข้อมูลที่อยู่ในสไลด์โชว์รายงานของเพื่อน มาจากวิกิพีเดียแน่นอน) ที่เขียนมาส่วนใหญ่ก็มาจากประสบการณ์ ที่เคยได้อ่าน และเคยได้ใช้ บางอย่างก็อาจจะผิดพลาดหรือไม่ตรงตามระเบียบวิธีทางวิชาการผมก็ไม่ทราบได้ (บอกแล้วไงครับ ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ใครจะเขียนก็ได้ เวลาจะใช้ก็ต้องระวังนิดนึง)[citation needed]
หมายเหตุ ป้ายด้านบนกับ [citation needed] ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบทความ สามารถข้ามไปได้เลย
In: Cubic Research Group By: Eig
20 Jul 2008ผมเพิ่งได้เล่นเกมในเว็บ freerice.com มา แล้วก็พบว่า
นี่เป็นหนทางแห่งความก้าวหน้าทางภาษาอีกทางหนึ่งของชีวิตผมเลยทีเดียว…
เพราะอะไร? ยังไม่บอก… มาดูกันก่อนดีกว่าว่า มันคืออะไร?
แรกเริ่มเมื่อเข้าเว็บไป เราจะพบกับประโยคใหญ่ๆ เขียนว่า “For each word you get right, we donate 20 grains of rice through the UN World Food Program to help end hunger” ตรงกลางหน้ามีคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ห้ทายความหมายว่าพ้องความหมายกับ คำตัวเลือกอีก 4 คำใด
ผมอ่านแล้วก็ เฮ้ย เจ๋งหว่ะ ทายคำศัพท์ถูกแล้วยังได้บริจาคข้าวให้คนอดอยากอีก สุดยอดนี่มันสุดยอดแล้ว เล่นๆๆ
หลังจากเล่นไปซักพัก ก็อยากรู้จักเว็บนี้มากขึ้นว่า เอ๊ะ ทำได้ไง เรื่องใจดีแบบนี้ เลยไปอ่านหน้า faq
ผมจึงอยากจะมีนำเสนอ “3 เหตุผลที่ทำให้ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เล่น”
ไม่ว่าจะหวังพัฒนาตัวเอง หรือหวังพัฒนาสังคมโลก ก็ควรทั้งสิ้นที่จะเข้าไปแวะทั้งสิ้น
มา! ติว vocab เอาบุญกัน เถอะครับ
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)