creativeideasdrivetheworld.
In: Cubic Research Group By: Masatha
10 Jun 2009คราวนี้เป็นตาของไบรท์(กรกมล) ประธานค่าย ICT (ครั้งแรกในชีวิต) บางนะฮะ
***
สวัสดีครับ ไหนๆก็ได้เป็นประธานค่ายทั้งที ก็อยากจะเขียนอะไรเอาไว้บ้างนะครับ ก็แหม ไม่ได้เป็นประธานค่ายกันบ่อยๆนี่ครับ
เดิมทีเนี่ย ก็วางแผนเอาไว้ว่าระบบบริหารโครงการ ส่วนประธานเนี่ย จะดูกัน 3 คน คือผม ติ๊ดตี่ มุก แบ่งงานกันไปคนละสาย แบบ 3 คน อำนาจเท่าๆกัน แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกไป เพราะมุกไปทำทีมวิชาการ และติ๊ดตี่ ต้องดูสวัสดิการทั้ง 2 ค่าย แต่ก็ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรกับงานของผมมากนัก เพราะเดิมทีผมก็ดูแต่งานส่วนกิจกรรมอย่างเดียวอยู่แล้วครับ สวัสดิการ ติ๊ดตี่ก็ดูเหมือนเดิม(แต่อย่างที่บอก งานเพิ่มเป็น 2 เท่า)
การทำงานช่วงแรกๆ ค่อนข้างดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เพราะบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง และบางอย่าง เราก็อยากได้คนเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาให้คำปรึกษา ตอนนั้นเลยทำได้แค่ ชวนคนที่รู้จักใกล้ชิดกัน มาลงตำแหน่งตามความสามารถ และความอยาก แต่ก็ยังไม่ได้เดินงานอะไรไปมากมาย เพราะไม่ค่อยได้คุยกัน ก็แหม มีกี่คนกันครับที่อยู่ใกล้ๆผม พอให้เรียกมาคุยได้ง่ายๆบ่อยๆ(จะมีก็แต่พีคที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่คนละตึก และมุกกับติ๊ดตี่ ที่ต้องลากขาข้ามสะพานพุทธไปหา) การเตรียมงานจึงผ่านทำทางโทรศัพท์ และคุยกับเพียงไม่กี่คน ประกอบกับ ผมก็เป็นเด็กเตรียมเอ็นท์คนหนึ่ง ในตอนนั้น จึงไม่มีเวลามาคิดเรื่องนี้ติดต่อกันนานๆเป็นเรื่องเป็นราว หลายๆครั้ง มักจะคิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้ในระหว่างเดินทาง(เพราะมันอ่านหนังสือไม่ได้)
สุดท้ายเมื่อใกล้เวลาค่าย และสิ่งมีชีวิตเตรียมเอ็นท์ทั้งหมด สอบA-NETเสร็จกันแล้ว ก็จึงได้เริ่มเตรียมงานจริงๆจังๆเสียที แต่ก็ติดที่ว่า ทีมงานที่หามาได้ตอนแรกนั้น ทำค่ายCPHC#1 ด้วย ซึ่งเป็นค่ายที่จัดก่อนICTFC#6 กับINNO#4 ไม่กี่วันเท่านั้น ทำให้ต้องยอมให้ทีมงานส่วนนี้ต้องเตรียมค่ายCPHC#1ก่อน เพราะเร่งด่วนกว่ามาก แต่ก็เตรียมงานICTFC#6ไปพร้อมๆกัน บางเรื่อง เช่นเตรียมกิจกรรม นันทนาการของICTFC#6กันคืนสุดท้ายของCPHC#1กันเลยทีเดียว(ก่อนICTFC#6ไม่ถึง1สัปดาห์) ทีมอาหารก็ทำCPHC#1ด้วย ดูๆแล้ว ผมก็สงสารทีมงานที่ทำควบหลายๆค่ายนะครับ เป็นผมนี่ สมองระเบิดเลยทีเดียว
เรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมและติ๊ดตี่เครียดกันมาก ก็คือจำนวนน้องๆที่จะมาเข้าค่าย ด้วยความที่ค่ายนี้เป็นจะพบกับฐานน้องใหม่เลย(ไม่ซ้ำกับน้องๆที่เคยเข้าค่ายกับคิวบิกมาก่อนเลย) หรือเพราะช่วงอายุ พิษเศรษฐกิจก็ตาม น้องๆสมัครน้อยมากครับ ตอนแรกICTFC#6เป็นค่ายที่มีน้องสมัครมาคนแรกของCUBIC SUMMER SUPREAM 09 ก่อนจะถูกถล่มด้วยROBOCODE และเงียบหายไป… เงียบมากครับ ก่อนค่าย1เดือน น้องยังสมัครเข้ามาไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยครับ ผมกับติ๊ดตี่ เปิดเมลแล้วต้องมาลุ้นว่า วันนี้ จะมีน้องสมัครเพิ่มมั้ย ทุกวัน… แล้วแผนการโปรโมตแบบเปลืองพลังงานมากๆก็ต้องนำมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการโพสตามบอร์ดต่างๆ การแจกใบปลิวในสยาม(ซึ่งมารู้ทีหลังว่า จริงๆแล้วต้องเสียเงินนะ…ช่างเถอะครับ) หรือพีค ที่ปั่นจักรยาน หยอดใบปลิวตามกล่องรับจดหมายในหมู่บ้าน… ผมก็ลองมาคิดดูนะครับว่าผมทำอะไรผิดหรือเปล่า เนื้อหาค่ายดูไม่น่าสนใจ หรือว่าผมยังโปรโมตไม่มากพอ… จนตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจครับ แต่ยังไงก็ตาม ในที่สุดน้องๆก็สมัครมาจน(เกือบ)เต็มค่าย
เมื่อถึงเวลาค่าย ผมขอยอมรับผิดอย่างเต็มที่เลยครับ ว่าผมเตรียมไม่พร้อมเลยครับ ทุกอย่าง ทั้งงานต่างๆในค่าย ทั้งตัวผมเอง หลายๆคนอาจมองว่ามันออกมาได้โอเค แต่ก็อีกหลายคนที่เห็นว่ามันบกพร่อง และไม่พร้อม ใช่ครับ มันไม่พร้อมจริงๆ…
(ผมไม่อยากสรุปแต่ละวันลงในนี้นะครับ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นสรุปค่ายไป)
ในความคิดของผม ประธานค่าย ควรจะเป็นคนหนึ่งที่รู้ทุกอย่างในค่าย หรืออย่างน้อย ควรจะรู้ว่าอะไรควรจะเป็นอย่างไร แต่ในค่ายนี้ ผมไม่ได้ลงไปดูรายละเอียดทุกอย่างในค่าย ที่เห็นชัดๆ คือ เรื่องสวัสดิการ อาหาร…เรียกได้ว่าผมโยนเลยครับ มีข้าวให้กิน แล้วน้องที่กินไม่ชักแด่วๆก็เป็นพอครับ ไหนจะกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างก่อนกิจกรรมจะออกมาในวันค่าย ซึ่งผมก็ไม่ได้รับรู้รายละเอียดอย่างที่ควรจะรู้ครับ อันที่จริงแล้ว ผมรู้สึกว่าผมปล่อยให้ทีมกิจกรรมต่างๆทำอย่างอิสระค่อนข้างมาก(ยกเว้นทีมวิชาการ ที่มีกรอบให้แต่แรก) จนผมไม่รู้ว่าทีมเหล่านี้จะเป็นอิสระมากเกินไปหรือไม่ หรือว่าเคว้งคว้างยังไง แต่ก็ค่อนข้างไว้ใจนะครับ เพราะว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์ทั้งนั้น
รู้สึกแย่เหมือนกันนะครับ ที่หลายๆครั้ง ไม่รู้ปัญหาของหลายๆคน ผมไม่ได้สังเกตพี่เลี้ยง ว่ามีปัญหาอะไร ผมมารู้ที่หลัง ว่ามีคนร้องไห้ บางครั้ง ผมก็ทำให้ใครต่อใครไม่พอใจ บางที ผมก็พูดอะไรให้บางคนเสียใจ ผมก็…เสียใจมากครับ คิดว่าผมคงเป็นประธานที่แย่มากๆ บางครั้ง ก็คิดน้อยใจ คิดว่าถ้าปล่อยให้ติ๊ดตี่เป็นประธานเหมือนตอนแรกอาจจะดีก็ได้(ตอนแรกติ๊ดตี่เป็นประธานครับ ไม่เชื่อลองถามพี่นัท)
แต่มันก็ออกมาแล้วครับ มันไม่สวยงาม และ”โดน” อย่างที่ใครคิดว่ามันเคยเป็น หรือคิดว่ามันจะเป็น แต่ ผมก็ดีใจนะครับ ที่ได้ทำตำแหน่งนี้ และขอบคุณที่กล้าเลือกผมมาทำงานนี้ ถ้าถามผมว่า ค่ายนี้เป็นอย่างไรบ้าง ผมก็คงตอบไม่ได้ มันเหมือนภาพ แอบสแตรค มองไม่รู้เรื่อง คล้ายจะวาดมั่วๆ ไม่ตั้งใจ แต่ มองแล้วมันยิ้มได้ครับ มีเรื่องราวอีกมากมายที่อักษรไม่อาจสื่อความได้ ภาพถ่ายไม่สามารถอธิบายความรู้สึกได้ แต่เพียงแค่เรานึกถึงมัน…
รัก
]:DREAMER:[
จงเชื่อในความฝัน เหมือนกับที่เชื่อว่าพระอาทิตย์จะขึ้นในทุกๆเช้า
In: Cubic Research Group By: Masatha
26 May 2009เรียงความส่งมาจากประธานค่ายอินโน น้องเอิร์ธ(ชวิทย์)ครับ
สำหรับฅนอื่น ๆ จะตามมาภายหลังนะเอ้อ
*****
ผมรู้จักกับ Cubic Creative มาตั้งแต่ม.3 ตอนนั้นผมเป็นน้องค่าย Cubic O ซึ่งเป็นค่ายวิชาการที่ไม่ได้เน้นกิจกรรมมากนัก แต่ผมก็เห็นความสามารถของพี่ๆที่จัดค่ายออกมาดูดีและสร้างสรรค์ สมกับคำว่า creative ที่อยู่หลังคำว่า cubic ผมชื่นชมในวิสัยทัศน์ของ cubic creative แล้วรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งในนั้น และวันหนึ่งผมก็ได้โอกาสนั้น ผมได้ทำงานใน cubic creative โดยส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายเทคนิค และฝ่ายวิชาการ ทำแต่ตำแหน่งซ้ำๆอยู่แบบนั้น จนได้มีโอกาสได้เป็นพี่เลี้ยงค่ายเดียว ในค่าย cubic creative ICT Funcamp ครั้งที่ 5 และวันหนึ่งผมก็ได้โอกาสทำในตำแหน่งที่ไม่เคยคิดว่าจากน้องค่ายคนหนึ่ง หรือ จากStaff รุ่นน้องคนหนึ่ง จะได้รับเกียรติไปทำในตำแหน่งนั้น ณ วันที่ ยังมีคนที่น่าจะทำงานได้ดีกว่าผมอยู่
ผมได้รับการมอบหมายให้เป็นประธานค่ายแบบงงๆ ช่วงแรกๆผมรู้แค่ว่ามีงานต้องทำ หลังจากนั้นก็รู้มากขึ้นว่าต้องทำค่าย (ก็ยังไม่แน่ใจว่าแค่เป็นคนเตรียม หรือยังไง) แล้วถึงแน่ใจว่าจะต้องเป็นประธานค่ายจริงๆในภายหลัง ในช่วงแรกๆยังตกลงกันไม่ลงตัว ว่าใครจะทำงานค่ายไหน ผมจะทำ innovator หรือ robocode เนื่องจากช่วงเตรียมค่ายปีนี้ ผมอยู่ม.6 ซึ่งกำลังจะเข้ามหาลัย พี่นัทจึงห่วงว่าผมอาจจะทำ innovator ไม่ไหว จึงอาจจะสลับให้ผมทำ robocode แล้วให้ตั้ม ทำ innovator แทน ซึ่งแม้ผมจะเคยสอน robocode มา2-3ค่าย และเคยแข่ง robocode national tournament มาก่อน แต่ผมก็เคยเป็นฝ่ายเทคนิคค่าย innovator มา2 ครั้งเช่นกัน และผมคงไม่ลำบากในเรื่องมหาลัยเพราะยังไงก็มีโควต้าอยู่แล้ว ไม่ต้องลำบากอะไรมาก จึงน่าจะรับค่ายใหญ่ๆไหว ประกอบกับ น้องตั้มยิ่งเป็นรุ่นน้องกว่าผม ถ้าจะให้มาดูแลค่ายใหญ่อย่าง innovator คงจะลำบากเขาไม่น้อย ผมจึงขอทำงานค่าย innovator เอง
หนึ่งในงานแรกๆของประธานค่าย คือการออกแบบว่าค่ายจะเป็นอย่างไรบ้าง ค่ายinnovatorนั้นเป็นค่ายที่เน้นวิชาการมากกว่ากิจกรรม ดังนั้นเรื่องที่สอนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผมคิดตั้งแต่แรกว่า 2 ปีที่ผ่านมาจัดสอน flash อย่างเดียว ซึ่งปีนี้น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนเป็นอะไร ช่วงแรกคิดถึงคำว่า innovator เราน่าจะสร้างนวัตกรรมอะไรบางอย่าง แล้วก็คิดไปถึงคำว่าประดิษฐ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงเสนอไปว่าอยากจะให้มีการประดิษฐ์เล็กๆน้อยๆในค่ายเพิ่มเติมด้วย แต่จากการพิจารณาและหาข้อมูลแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสมจึงตกไป พี่นัทแนะนำว่าน่าจะสอน AJAX ผมจึงค่อยๆหาข้อมูลเกี่ยวกับ AJAX (ซึ่งตอนนั้นผมแค่เคยได้ยิน แต่ไม่รู้จักมันมาก่อนเลย) เมื่อดูข้อมูลแล้วก็ตกลงว่าจะสอน AJAX
เมื่อเลือกเรื่องที่จะสอนได้แล้ว ผมจึงเริ่มศึกษา AJAX ตั้งแต่ตอนนั้น ผมซื้อหนังสือมาอ่าน(2เล่ม เล่มแรกซื้อมาแล้วอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็เลยซื้อเล่มที่อ่านง่ายกว่ามาอ่านแทน เปลืองเงิน2ต่อ ทั้งๆที่จริงๆแล้วถ้าขยันหน่อยก็หาอ่านในเว็บก็ได้) ช่วงแรกๆก็ขยันดี บางวันหยิบหนังสือAJAXไปอ่านที่โรงเรียนในตอนที่ว่าง เพื่อนก็มองแปลกๆ(แต่เดิมเวลาคุยด้วยก็จะเป็นภาษาคอมอยู่แล้ว ยังจะอ่านหนังสือคอมอีก) พ้นบทแรกๆไปแล้วผมก็ฝึกช้าลงๆ มีหยุดบ้างบางช่วงที่เรียนหนัก เนื่องจากผมตั้งชมรมในโรงเรียนขึ้นมา 1 ชมรมด้วย(ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จดีนัก และปีหน้าก็คงไม่มีคนสืบทอด) จึงต้องแบ่งเวลาอย่างยากลำบาก ยังไม่พอ ผมยังอุตส่าห์แบ่งเวลาที่น้อยอยู่แล้วมาเล่นเกม เข้าเว็บ ได้ซะทุกวัน หลายเดือนผ่านไป ผมก็ศึกษา AJAX ได้ไม่ถึงไหน ใกล้ถึงสัปดาห์สอบปลายภาค ผมมองเห็นแล้วว่าถ้าอ่านไปเรื่อยๆช้าๆแบบนี้กว่าจะจบก็แก่พอดี แต่พอเห็นหนังสือเล่มโตๆ หนา 500กว่าหน้าทีไรก็หมดแรงอ่านทุกที ยิ่งเวลาเหลือน้อย โดยยังอ่านไม่ถึงไหนก็ยิ่งเครียด ยิ่งเครียดก็ยิ่งไม่อยากอ่าน วันหนึ่งผมก็ตัดสินใจที่จะตัดวงจรดินพอกหางหมูนี้สักที ด้วยการตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะอ่านวันละ 50 หน้า ไม่กี่วันก็จบเล่ม ปรากฏว่าวันแรกอ่านไปได้ถึง 120 หน้าเลย สิ่งที่ผมเห็นว่าเยอะจึงขี้เกียจทำ มันไม่ยากและเยอะอย่างที่คิด 6 วันผ่านไป ผมทั้งอ่านจบและเขียนหลักสูตรเนื้อหาที่จะสอนในค่ายจนเสร็จ รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
งานอีกหนึ่งอย่างที่ผมต้องทำควบคู่ไปกับการศึกษาเรื่องที่จะสอนในค่ายคือการหาคนทำงานในค่าย ในช่วงแรกมันเป็นงานที่ผมทำไม่เป็นเลย ผมเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ไม่เข้าสังคม ไม่ค่อยมีcontact พูดไม่ค่อยเก่ง จำชื่อคนไม่ค่อยได้ ผมพยายามปรึกษากับประธานค่าย ICT และประธานส่วนอำนวยการinno+ict เพื่อให้ช่วยหาคนที่จะทำงานส่วนกลางได้ และชวนเพื่อนที่โรงเรียนมาเป็นพี่เลี้ยง ค่ายinnoและict จัดพร้อมกัน จึงจำเป็นต้องใช้คนพร้อมๆกันเป็นจำนวนมาก ประกอบกับปีนี้พี่ๆใน cubic creative ต้องฝึกงานกันหลายคน รุ่นม.6 ก็วุ่นเรื่องมหาลัยมาก โรงเรียนที่ผมอยู่(สาธิตเกษตร พหุภาษา )ก็มีม.6 อยู่แค่ 2 ห้อง ม.5มีอยู่3ห้อง (แต่ผมไม่มีcontact และค่ายผมรับถึงม.5 จึงไม่ได้สนใจที่จะชวนม.5มาเป็นพี่เลี้ยง) เมื่อชวนเพื่อนไปเป็นพี่เลี้ยง เกือบทุกคนจะตอบคล้ายๆกันหมด ว่า”ขอคิดดูก่อน”,”ขอถามแม่ก่อน”,”ต้องดูก่อน เดี๋ยววันที่ xx ถึงรู้ว่าไปได้หรือไม่ได้” ผมมีlistที่ใส่ชื่อพี่เลี้ยงที่ชวนไว้ ซึ่งจะต้องเป็นชาย 6 หญิง 6 ผมพยายามจะชวนแล้วใส่ชื่อไว้เพศละ4-6 คนเสมอ และไม่ชวนเกินจำนวนที่จะรับ เพราะไม่อยากปฏิเสธทีหลัง แล้วสักพักผมก็จะได้ยินคำตอบจากเพื่อนว่า ไปไม่ได้ แล้วผมก็ชวนคนอื่นมาแทน ซึ่งก็ต้องรอคำตอบอีก1-2อาทิตย์ ก่อนที่เขาจะตอบว่า”ไปไม่ได้”
1 อาทิตย์ก่อนค่าย ผมเป็น staff ค่ายcubic creative photocamp #1 ตอนนี้ผมหาพี่เลี้ยงไว้ได้ครบแล้ว(จริงๆก็รอconfirmอีก 2 คน - -“) การทำเนื้อหาก็แบ่งกับฝ่ายวิชาการอีกคนเรียบร้อย รอก็แต่นำมารวมกันแล้วปรับปรุงอีกที ผมคิดว่าทุกอย่างค่อนข้างพร้อม คงผ่านไปได้ด้วยดี 3วันก่อนค่าย ผมคุยกับเพื่อนในค่าย เรื่องใครมาเป็นพี่เลี้ยงบ้าง เธอก็พูดมาว่าเพื่อนคนหนึ่งที่confirmว่าจะมานั้น มาไม่ได้แล้ว ซึ่งผมก็แปลกใจเพราะเขาไม่ได้โทรมาcancel ว่ามาไม่ได้ ผมจึงโทรไปถามดู ก็ทำให้ทราบว่ามาไม่ได้แล้วแต่ไม่ได้บอก ผมจึงเริ่มโทรเช็คดูทุกคนที่confirmแล้ว ว่ายังconfirm อยู่ไหม สิ่งที่ผมได้รับรู้ในวันนั้นก็คือ มีคนที่confirmแล้ว แต่ไม่มาอีกหลายคน สรุปว่า งานเข้าครับ! ค่ายผมขาดพี่เลี้ยงถึง 6 คน ในวันก่อนค่าย 3 วัน
ผมพยายามโทรหาพี่เลี้ยงมาแทนคนที่หายไป โดยครั้งนี้ผมให้เวลาคิดแค่ไม่กี่ชั่วโมง ถ้าconfirmให้โทรกลับมา ประกอบกับฝากเพื่อนๆ(และพี่ๆ)ในค่ายphotocampและในcubic หาคนเพิ่มให้ ครั้งนี้ผมชวนเกินจำนวนที่ต้องการเอาไว้ สุดท้ายพี่เลี้ยงก็ครบได้ ในวันก่อนเปิดค่ายเพียงวันเดียว!
ค่ายเริ่ม ตอนนี้ผมไม่มั่นใจแล้ว ว่าค่ายผมพร้อมจริงๆทั้งพี่เลี้ยงก็ยังใหม่ เนื้อหาไม่ค่อยลงตัว slideส่วนที่เชาน์(staffฝ่ายวิชาการ)ทำมาก็แน่นไปด้วยข้อความ ต้องปรับปรุงตัดข้อความออก ผมเองก็ไม่ได้สอนมานานตั้งแต่robocode on tour ปีก่อน พูดได้ว่าผมไม่มั่นใจเลย ยังดีที่ค่ายนี้จัดพร้อมกับ ict จึงมีประธาน 3 คน ทำงานร่วมกัน(ประธานหลักค่ายละ 1 และประธานฝ่ายอำนวยการกลาง 1 คน) ผมจึงยังไม่ต้องบริหารจัดการอะไรมาก เมื่อค่ายเริ่ม และได้เริ่มสอน ปัญหาก็ผุดขึ้นมาอีก เมื่อผมสอนได้ไม่ดีเท่าที่เคยสอนrobocode มาก่อน แต่เชาน์สอนไม่รู้เรื่องกว่านั้นอีกเยอะ วันนั้นผมจึงต้องสอนเองทั้งวัน แทบไม่ได้แตะงานส่วนของประธานค่ายเลย ผมนอนตี3เกือบทุกคืน เพราะต้องมาแก้ไขเนื้อหา และเตรียมสอนต่อ วันที่2และ3โดยส่วนใหญ่ผมก็สอนเองอีก ส่วนงานบริหารก็มีไบรท์ซึ่งเป็นประธานictช่วยจัดการให้บางส่วน ผมพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าทำไมประธานค่ายถึงไม่ควรทำหน้าที่อื่นควบไปด้วย ค่ายนี้ทั้งไฟดับและผมเตรียมเนื้อหามาเยอะเกินไป (ไบรท์บอก ก็ดูOkนะ ยากกว่าสอวน.นิดเดียวเอง! ) แม้จะตัดเนื้อหาไปเยอะแล้ว แต่ก็สอนไม่ทัน และต้องตัดเนื้อหาที่สัญญาไว้ในเว็บว่าจะสอนถึง 1 คลาสเต็มๆ ทำให้ผมรู้สึกผิดมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วจำต้องปล่อยผ่านไป ในขณะที่ผมรู้สึกfailedสุดๆ ผมก็ยังมองเห็นstaffทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่แม้งานจะล้นมือ ในเมื่อทุกคนไหว ผมก็ต้องไหว และในที่สุดค่ายนี้ก็จบลงด้วยดีด้วยความร่วมมือของstaff และน้องๆในค่าย
หลายคนคงคิดว่าจบค่ายแล้ว หน้าที่ของstaffทั่วไปคงจะจบลง แต่ไม่ใช่กับประธานค่าย เพราะประธานค่ายยังต้องเก็บงานและทำการสรุปงานต่ออีก เมื่อผมมีเวลาคิดถึงสิ่งที่ผ่านๆมา ผมมองเห็นจุดผิดพลาดและสิ่งที่ต้องแก้ไขจากการลองปฏิบัติมากมาย นับเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่ผมคงไม่มีโอกาสได้รู้ ถ้าไม่ได้ลองปฏิบัติจริง
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)