Posts Tagged ‘kusfc1

Cubic Diary #5 – "Synergy"

In: Cubic Diary  By: Zerothman

3 Jul 2009

(นี่คือเอ็นทรี่ที่มีความต่อเนื่อง ขอแนะนำให้อ่านตอนที่ 4 ก่อน)

วันหนึ่ง ในขณะที่ผมกำลังนั่งรอคุณพ่อที่ห้องทำงานในสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มก. อย่างไร้จุดหมาย
สายตาของผมเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ หนังสือที่ถูกเย็บขึ้นอย่างเรียบง่าย หน้าปกเป็นกระดาษแข็งสีเขียว เขียนไว้ว่า “รายงาน โครงการค่ายเยาวชนสมองแก้ว รุ่นที่ 16”

ผมหยิบรายงานฉบับนั้นขึ้นมาอ่านผ่านๆ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นรายละเอียดการทำงานของค่ายที่ผมเข้ามานับครั้งไม่ถ้วน

ผมรีบกวาดตามองรายละเอียดต่างๆ การแบ่งฝ่าย หน้าที่การทำงานต่างๆ การจัดงบประมาณ การจัดตารางเวลา และกำหนดการการเตรียมการต่างๆ

ผมได้เห็นว่าเบื้องหลังฉากหน้าของค่ายที่ผมรู้จัก เต็มไปด้วยงานเบื้องหลังมากมาย มากกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ธุรการ ติดต่อประสานงาน อาหาร สถานที่พัก อุปกรณ์ประกอบกิจกรรม แสง เสียง ฯลฯ

สิ่งที่ผมเคยคิดว่าจะง่ายดาย เริ่มเกินขอบเขตความรู้ความสามารถของผมเสียแล้ว ผมต้องการตัวช่วยอย่างไม่ต้องสงสัย ในเวลานั้น จึงทำให้ผมได้พบกับผู้ร่วมทีมใหม่ๆ ทั้งที่ผมชวนเอง และคนอื่นชวนมาให้

คนแรกเลย นั่นคือ “ฟี่” (หรือ “ท็อฟฟี่” แต่ใครๆ ก็เรียกแค่ “ฟี่”) ฟี่เป็นอดีตนายกของอินเตอร์แรคท์ (ปกติอินเตอร์แรคท์นายกจะเป็น ม.5 ตอนนั้นผมกับฟี่อยู่ ม.6) ผมชวนฟี่มาเนื่องจากต้องการความสามารถในการดำเนินเรื่องตามขั้นตอนต่างๆ งานเอกสารต่างๆ เพราะจากที่เคยได้สัมผัสอินเตอร์แรคท์มา (แปปนึง) คิดว่าอินเตอร์แรคท์เป็นอะไรที่มีขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ตามรูปแบบขั้นตอนที่เป็นสากล (งานเอกสารอะไรต่างๆ) ใช้ได้เลยทีเดียว เลยมั่นใจได้ว่า ฟี่จะต้องสามารถมาช่วยดำเนินการส่วนนี้ได้อย่างแน่นอน

และผลก็เป็นตามคาดครับ ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย ติดต่อขอนู้นขอนี่จากโรงเรียน เชิญอาจารย์เป็นที่ปรึกษา หรือประชุม ทุกอย่างรวดเร็วฉับไวและถูกต้องอย่างไม่น่าเชื่อ

ฟี่จึงมาช่วยค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1 ในตำแหน่งประธานฝ่ายอำนวยการ ที่ตอนนั้นผมพยายามจะทำให้มีดีกรีเท่ากับผม ซึ่งเป็นประธานฝ่ายกิจกรรม แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนผมก็ใหญ่กว่าอยู่ดี (และอ.สุมาลีเองก็แนะนำว่า ยังไงก็ต้องมีคนที่เป็นเบอร์หนึ่งอยู่เสมอเพื่อให้เกิดความชัดเจน)

ในตอนนั้น ผมได้แบ่งการดำเนินการต่างๆ เป็นสองส่วนสำคัญ โดยเอาแนวคิดนี้มาจากค่ายสมองแก้ว นั่นคือในส่วนของกิจกรรม และอำนวยการ

ฝ่ายกิจกรรม จะประกอบด้วย 3 ฝ่ายย่อย อันได้แก่ฝ่ายกิจกรรม ดูแลการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหลักเช้า บ่าย เย็น กิจกรรมยามเช้า และกิจกรรมยามเย็น ฝ่ายอุปกรณ์ แสง เสียง และบันทึกภาพ ทำหน้าที่จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ดูแลงานแสง/เสียงประกอบกิจกรรม และบันทึกภาพกิจกรรม และสุดท้ายคือฝ่ายวิจัยและประเมินผล

ในสมัยนั้น ยังไม่มีงานสันทนาการอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากผมในตอนนั้นถือได้ว่าเป็นคนที่มีอคติต่อการสันทนาการอย่างยิ่งยวดครับ โดยมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ (ไปเข้าค่ายนู้นนี่ของอินท์แล้วไม่ชอบ โดยส่วนตัวนะครับ อย่าให้พี่ก้อนรู้นะ) เพราะฉะนั้นในสมัยนั้น ผมไม่ปฏิเสธเลยครับว่า ผมตั้งเป้าว่าให้ค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1 เป็นค่ายที่ไม่มีสันทนาการโดยสิ้นเชิง

ในส่วนของฝ่ายอำนวยการ ประกอบด้วยฝ่ายเลขานุการ ธุรการ และงานทะเบียน (ชื่อยาวเชียว) ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานต่างๆ งานเอกสาร และดูแลทะเบียนชาวค่าย ฝ่ายสวัสดิการ และสถานที่ ดูแลสถานที่พักและสถานที่ดำเนินกิจกรรมเป็นหลัก (จริงๆ ไม่น่ามีคำว่าสวัสดิการเลย) ฝ่ายอาหาร ตรงตามชื่ออยู่แล้ว ฝ่ายดูแลนักเรียนและรักษาความปลอดภัย คอยดูแลชาวค่ายในระหว่างการเข้าค่าย การปล่อยไปทำกิจกรรม หรือพักช่วงต่างๆ รวมน้องก่อนการทำกิจกรรมต่างๆ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายพยาบาล และฝ่ายประชาสัมพันธ์

และคนๆ หนึ่งที่ได้ถูกชักชวนเข้ามาโดยสมาชิกคนอื่น ซึ่งผมได้รู้จักเป็นครั้งแรก และเป็นบุคคลที่ถือว่าเปลี่ยนมุมมองของผม และของคิวบิกครีเอทีฟที่มีต่องานเบื้องหลังไปอย่างสิ้นเชิงมาจวบทุกวันนี้ นั่นคือ “ป่าน”
ในครั้งนั้น ผมได้ให้ “ภัคพล” ยอดนักเปียโนของเรา ทำงานฝ่ายอาหาร

ตอนนั้น อ.สุมาลีเป็นคนบอกผม (และทำให้ผมคิดตามไปอย่างนั้น) ว่าใครๆ ก็ทำฝ่ายอาหารได้ ไม่เห็นมีอะไรเลย แค่จัดเมนู จัดเงิน ส่งไปให้เค้า จบ ไม่มีอะไรอีกแล้ว

ตอนนั้นผมก็คิดแบบนั้นจริงๆ ครับ…

เมื่อผมมอบหมายงานนี้ให้กับภัคพลไปสักพัก ภัคพลได้ติดต่อผม แล้วบอกว่า ขอให้เอาเพื่อนเค้าที่ถนัดเรื่องนี้มาช่วยได้ไหม

คนๆ นั้นคือป่านครับ

ป่านเป็นคนที่ชีวิตนี้คลุกคลีและเชี่ยวชาญกับเรื่องของอาหารมาตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นงานอย่างการจัดเมนูอาหารต่างๆ กลายเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับป่าน

และครั้งนั้นเองครับ ที่ทำให้ผมได้รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร ดูขี้แค่ไหน ก็สามารถทำให้สมบูรณ์แบบ แต่ต่อยอดได้อีกมากมาย

อย่างงานอาหาร ที่อาจจะดูเหมือนงานที่ทำได้แล้วก็มีแค่ 2 ระดับ คือผ่าน กับไม่ผ่าน แต่กลับมีรายละเอียดอีกมากมายที่ทำให้การที่เรียกว่า “ผ่าน” มีอีกสักสิบระดับได้

ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้อาหารเข้ารสชาติกัน เหมาะสมกัน เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน สะดวกในการจัดตามช่วงเวลา ไปจนถึงสถานที่รับประทาน การจัดแถว การจัดระบบมารับประทาน เวลา บลาๆ ทุกอย่างคือรายละเอียดที่ผมเคยมองข้ามไป

เป็นรายละเอียดที่อาจจะมองข้ามไปได้ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเรามาใส่ใจ ผลที่ได้กลับทวีคูณ

ในส่วนของพี่เลี้ยง ตอนนั้นไม่ได้มีการคัดเลือกอะไรกันยุ่งยากนะครับ เนื่องจากว่าเรามีสมาชิกทีมงานส่วนหนึ่งอยู่ ม.4 อยู่แล้ว ตอนนั้นผมได้มอบหมายให้น็อตไปหาพี่เลี้ยงมาให้ได้ 12 คน เป็นชาย 6 หญิง 6 เพราะฉะนั้นตอนนั้นพี่เลี้ยงชุดแรกของค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ เกิดจากการดึงตัวมาหมดเลย

และเหตุผลที่เราได้เลือก ม.4 เป็นพี่เลี้ยง เพราะเราต้องการเว้นระยะห่างจากน้องๆ ค่าย (แก่สุด ม.2) และเป็นระดับชั้นที่เราคิดว่าทีมงานที่เหลือจะควบคุมได้อีกทีหนึ่งด้วย ตอนนั้นเรามีนโยบายที่ชัดมากครับว่าจะไม่ให้ ม.3 เข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ เนื่องจากมีอายุที่ใกล้เคียงกับน้องค่ายเกินไป

จากการจัดค่ายนี้เอง ที่เป็นเหตุผลบุคคลอีกมากมายที่ดูว่าจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของโลก “วิชาการ” เท่าไหร่ กลับมาเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้อย่างมากมาย

ผมได้รู้จักคน และรู้จักมุมมองอื่นๆ ที่ผมเคยมองข้ามไป

ทำให้กลุ่มวิชาการนี้ กลายเป็นกลุ่มของคนที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง แต่มีเป้าหมายเดียวกัน

น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ?

(แถมรายชื่อสมาชิกทีมงานค่าย KUSFC1)

ส่วนแถม #1

ไม่ปฏิเสธครับว่า ในการทำงานต่างๆ ของผมในยุคแรก เกิดจากแรงอคติหลายๆ อย่างที่มีต่อสโมสรอินเตอร์แรคท์

แต่สุดท้าย ความเป็นคิวบิกในปัจจุบัน ก็คงปฏิเสธไม่ได้ครับว่า ได้รับอิทธิพลมาจากรูปแบบการทำงาน ความเชื่อ หรือแนวคิดบางอย่างของอินท์เตอร์แรคท์ ที่ถูกนำมาปรับเปลี่ยนและหลอมรวมกับแนวคิดที่แข็งกร้าวของผม
มันลงตัวทีเดียวครับ

ส่วนแถม #2

ระบบการแบ่งฝ่ายภายในค่ายของคิวบิกครีเอทีฟ มีประวัติศาสตร์การปรับเปลี่ยนมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนต่างๆ ส่วนมากเป็นการปรับรายละเอียดและชื่อของฝ่ายเป็นหลัก
สำหรับรูปแบบการจัดฝ่าย เราสามารถแบ่งออกมาเป็น 2 ยุคหลักๆ

    แบบ role-based เป็นการแบ่งตามรูปแบบการทำงานเป็นหลัก ในยุคนี้จะแบ่งฝ่ายตามงาน อย่างสถานที่ อาหาร หรือกิจกรรม และมีการประสานงานแบบ top-down หรือมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน แผนผังของสายงานจะเป็นแบบแผนภาพต้นไม้ รูปแบบนี้ใช้ในค่ายในช่วงปี 2547 – 2550 

  1. แบบ purpose-based เป็นการแบ่งตามรูปแบบของเป้าหมายเป็นหลักแทน โดยแต่ละฝ่ายจะมีขอบเขตเป้าหมายที่จะต้องพยายามทำให้ได้ โดยพยายามไม่กำหนดวิธีการที่จะทำ และเปลี่ยนการประสานงานเป็นแบบ peer-to-peer หรือให้แต่ละฝ่ายที่น่าจะมีความเกี่ยวของสามารถประสานงานกันได้โดยไม่ต้องอ้อมผ่านสายบังคับบัญชา ทำให้แผนภาพสายงานกลายเป็นรูปแบบกราฟที่ไร้รูปแบบแทน รูปแบบนี้ถูกทดลองใช้ในครั้งแรกใน ICTFC4 ในปี 2550 และถูกใช้เป็นหลักเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนแถม #3

ภัคพล อีกหนึ่งตัวละครลับที่อยากพูดถึง

ภัคพลเป็นเซียนเปียโน ที่ก้าวเข้ามาในวงจรผ่านการเป็นผู้ได้เข้าค่ายสอวน. วิชาเคมี

ผมอยากจะบอกครับว่า ภัคพลเป็นคนที่เป็นแรงบัลดาลใจทางดนตรีให้กับผม และคนที่สอนผมเล่นเปียโนในค่าย KUSFC2 ก็คือภัคพลนี่เอง

และถ้าไม่มีภัคพล เพลง Pass the Love Forward คงไม่ได้กลายมาเป็นเพลงชาติของคิวบิกขนาดนี้ก็ได้ครับ (เพราะไม่มีคนเล่นให้ซึ้ง ฮา…)


Welcome!

ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก

นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา

คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)

ทวีทล่าสุดจาก Kupo

ทวีทล่าสุดจากสมาชิกคิวบิกฯ

more...