Posts Tagged ‘knowledge

กลับมาอีกครั้ง สำหรับบทความในหัวข้อ Million Things We’ve Learned นะครับ ตอนนี้เราก็จะกลับมานำเสนอเรื่องราวการเรียนรู้ของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟอีกครั้ง

โอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ซึ่งหลายๆ ครั้งความสามารถของเราเอง ก็เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดโอกาสเหล่านั้นมาสู่ชีวิต

และนี่คือเรื่องราวการเรียนรู้ของคนที่เปลี่ยนความรู้เป็นโอกาส นี่คือเรื่องราวของตั้ม

แนะนำตัวก่อนเลยครับ

ผมชื่อ นายกำชัย โลเกศกระวี ชื่อเล่นชื่อ ตั้ม อายุ 19 ปี ตอนนี้เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่สองครับ

รู้จักกับคิวบิกครีเอทีฟได้อย่างไรครับ?

เริ่มจากเป็นน้องค่าย Cubic Robocode Camp #1 ครับ ตอนนั้นครูที่โรงเรียนทราบข่าวจากในเว็บ เลยพาไปสมัคร จริงๆ แล้วผมไม่เคยไปค่ายวิชาการแบบนี้มาก่อนเลยครับ ก่อนหน้านี้ที่ไปก็เป็นค่ายแนวสังคมมากกว่า พวกค่ายปลูกป่า ค่ายอนุรักษ์ หรือพัฒนาจริยธรรมอะไรทำนองนี้

พอมาค่ายนี้มีเขียนโปรแกรม มีกิจกรรมสนุกๆ ตอนเช้าตอนเย็น มีสันทนาการ ก็สนุกดีครับ ไม่เบื่อเลย ที่ชอบมากที่สุดก็คงเป็นกิจกรรมเควสท์ครับ แปลกใหม่ดี ไม่เคยเล่นมาก่อน

แล้วหลังจากนั้นมาร่วมงานกับคิวบิกได้ไงครับ?

พอดีว่าตอนในช่วงค่ายของ Cubic Robocode Camp #1 มีโอกาสเจอพี่นัท ตอนนั้นมีเพื่อนในสีไปขอเบอร์โทรศัพท์ของพี่นัทมา ผมพอดีอยู่กับเพื่อนเลยเมมเบอร์ไว้ในเครื่องด้วย

ทีนี้ปรากฎว่าหลังจากค่าย เหมือนว่าผมจะเผลอลืมล็อกปุ่มโทรศัพท์ แล้วมันโทรออกไปหาพี่นัทเอง หลังจากนั้นเลยมีโอกาสคุยกับพี่นัทมาอยู่เรื่อยๆ จนพี่นัทชวนมาสมัคร Cubic Creative Staff Program ครับ

ด้วยความที่พอดีปิดเทอมว่าง ไม่มีอะไรทำ คิดว่าถ้ามาทำงานที่คิวบิกฯ น่าจะสนุกดี ตอนนั้นผมเดินทางมาจากสำโรง สมุทรปราการ นั่งรถมาชั่วโมงนึง แต่ก็คุ้มครับ ผมอยู่ฝ่ายสันทนาการค่าย Cubic ICT Fun Camp #5 ครับ ก็ได้ช่วยคิดบ้าง ช่วยนำกิจกรรมบ้าง น้องๆ ก็ดูชอบดี เราก็รู้สึกได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมากๆ

หลังจากนั้นได้ทำอะไรอีกบ้างครับ?

จากแรงบันดาลใจตอนค่าย Cubic Robocode Camp #1 ผมก็เปิดชมรม Robocode ขึ้นที่โรงเรียนครับ มีน้องมาสมัครเป็นสมาชิกชมรมด้วย ผมก็ได้มีโอกาสเป็นคนสอนด้วยตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยคิดว่าเราจะมีแรงบันดาลใจจะทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน

หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสได้ไปสอนในโครงการ Cubic Robocode Camp On-tour ครับ เป็นโครงการที่เราออกเดินทางไปสอนน้องๆ ตามจังหวัดต่างๆ โดยผมมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอน ก็ต้องดูน้องๆ หัดแล้วคอยช่วยแก้โค้ดให้ บางทีมีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ ก็จะเรียกพี่เอิร์ธให้ช่วยครับ ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ได้เรียนรู้จากพี่เขาด้วย

ซึ่งสิ่งที่ประทับใจก็คือว่า ได้ไปสอนมาครบทุกภาคในประเทศไทยเลยครับ ที่ชอบมากที่สุดคือตอนไปภาคเหนือ ไปตลาดกลางคืน มีของแปลกๆ ขาย ถ้าเราไม่มีความรู้เรื่อง Robocode ก็คงไม่ได้มาสอน แล้วก็คงไม่ได้มีโอกาสได้เปิดโลกแบบนี้

นอกจากนี้ การที่เรารู้วิธีเขียนโปรแกรม ก็ช่วยจุดประกายให้ผมไปลองแข่งขันในรายการอื่น ๆ ครับ เช่น แข่งเขียนโปรแกรม National Software Contest ซี่งเป็นการทำเกมให้ผู้พิการทางสายตา หรือมีบริษัทให้มาทำเว็บแอปพลิเคชันเพื่อไปลง iPad ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาเห็นเรามีความสามารถก็เลยแนะนำมาอีกที มันก็มีโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ผมเขียนโปรแกรมเป็นครับ

นอกจากที่เกี่ยวกับเขียนโปรแกรมแล้ว มีโอกาสได้ทำอะไรอีกบ้าง?

ก็เคยมีโอกาสได้แข่ง Cubic Race 3 (ชมวีดีโอทั้งหมดที่นี่) โดยฟอร์มทีมกับโจ้ครับ ผมชอบเวลาเป็นผู้นำ เวลาแก้ปัญหา แก้โจทย์ ดูเป็นจริงเป็นจังดี ชอบกิจกรรมนี้มากกว่าเควสท์อีกครับ แต่ถ้าหลังจากนี้ก็อยากเป็นผู้จัดมากกว่า เพราะกลับไปเป็นผู้เข้าร่วมคงไม่ตื่นเต้นแล้ว

นอกจากนั้นอีกงานหนึ่งที่ผมค่อนข้างภูมิใจ คืองานโลโก้ Cubic Thanks Party ตั้งแต่ครั้งแรก และยังคงใช้อยู่จนทุกวันนี้ครับ

สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรไหมครับ?

ก็อยากจะขอบคุณคิวบิกครีเอทีฟที่ทำให้ผมมีโอกาสทำสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ทำมาก่อน ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น มีแรงบันดาลใจในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ลงมือทำด้วยตัวเอง

ผมชื่อตั้ม ผมอยู่คิวบิกฯ และได้เรียนรู้ว่าความรู้คือประตูสู่โอกาส

Don’t blame them.

In: Cubic Blog  By: Zerothman

28 May 2010

ในช่วงเวลาที่กำลังร้อนแรงนี้ อดทำให้ผมนึกถึงบทความ “Don’t Blame Dan Rivers” ของคุณสมเถาไปเสียไม่ได้

ก่อนหน้านี้ เราหลายๆ คนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวที่คนไทยหลายๆ คนอาจไม่ค่อยพอใจนักของผู้สื่อข่าว CNN นามว่า Dan Rivers จนถึงกับมีการออกจดหมายเปิดผนึกไปยัง CNN จากฝ่ายต่างๆ เป็นเรื่องราวใหญ่โตนั้น

คุณสมเถาได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจในบล็อกดังกล่าว (เป็นภาษาอังกฤษ และค่อนข้างยาวมาก ถ้าใครมีเวลาและกำลังพอจะอ่านจบผมแนะนำมากๆ ครับ) ที่พอจะสรุปประเด็นหลักๆ ได้ว่า การที่คนๆ หนึ่ง ที่มีความคิด วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม ข้อจำกัดในการรับรู้บางอย่าง จะมองเห็นสถานการณ์ในเมืองไทยในทิศทางที่แตกต่าง ย่อมเป็นไปได้

คุณสมเถาไม่ได้เข้าข้าง CNN หรือฝ่ายไหน (เช่นเดียวกับที่ผมก็ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนเป็นพิเศษในกรณีนี้) แต่ได้สะท้อนให้เห็นว่า การที่เราจะสรุปความจริงจากข้อมูลเพียงด้านเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้ และเราก็โทษใครไม่ได้หากคนๆ นั้นไม่สามารถมองเห็นบ้างสิ่งที่เราอาจจะคิดว่าชัดแจ้ง ยังมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องอีกมากที่จะนำไปสู่ความเข้าใจอะไรบางอย่างของคนๆ หนึ่ง

ผมคิดว่าในเวลานี้ อาจมีคนที่ไม่เข้าใจเราในหลายๆ เรื่อง แต่นั่นไม่ใช่ความผิดพวกเขา

ผมมักจะสอนน้องๆ ที่ทำงานกับผมเสมอว่า เมื่อใดก็ตามที่งานของเรามีปัญหา อย่าเริ่มจากการคิดที่จะเปลี่ยนแปลงใคร เราต้องเริ่มที่ตัวเราเสมอ ว่าเราจะต้องปรับอะไร จะต้องแก้อะไร เพื่อที่ให้ปัญหานี้ผ่านพ้นไปได้ ไม่ใช่มัวแต่ไปฟาดฟันว่าปัญหานี้มาจากใคร และอยากให้คนอื่นปรับตัวอย่างไร โดยที่ไม่คิดก่อนว่า จริงๆ แล้วเราทำอะไรได้บ้างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น

การพยายามผลักดันปัญหาไปอยู่ที่คนอื่น รังแต่จะทำให้เกิดความแบ่งแยก ชิงชัง และอคติที่ไร้เหตุผล ทั้งหมดนี้จะพาเราให้ยิ่งไกลจากทางออกของปัญหา ความเคียดแค้นชิงชังไม่เคยรักษาบาดแผลใดๆ หากแต่จะทำให้บาดแผลนั้นเจ็บลึกยิ่งขึ้น

ในกรณีนี้ก็เช่นกัน เราอย่าคาดหวังว่าใครจะต้องคิดจะต้องเข้าใจอะไรเหมือนอย่างที่เราคิด เราควรเริ่มจากคำถามที่ว่า “แล้วเราได้พยายามทำอะไรเพื่อให้คนอื่นเข้าใจเราหรือยัง?”

“One cannot see all sides of a cube from only one point of view.”
                                                           —Chayanin Wipusanawan (1989 – present)

นั่นสินะ…เราได้พยายามหรือยัง?

“But this bad reporting is not their fault. It is our fault for not providing the facts in bite-sized pieces, in the right language, at the right time.”
                                                           —S. P. Somtow (1952 – present)

ขอให้สันติมีแก่พวกเราทุกคนครับ

ในทุกวันนี้ที่เราเรียกว่าเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ ทุกเรื่องทุกราวสามารถส่งผ่านจากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่งได้ในเสี้ยววินาที มีข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา

กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ที่เราจะได้รับรู้เรื่องราวที่ถูกส่งต่อมาเสมอ ไม่ว่าจะจากการเล่าในกลุ่มเพื่อน แชทกันในเอ็ม โพสท์บนเฟซบุ๊ก หรือดูข่าวในทีวี จนอาจจะเรียกได้ว่า ทุกวันนี้ 99% ของข้อมูลทั้งหมดที่เรารับรู้ ของพื้นฐานความคิดความอ่านของเรา ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงสิ่งที่เราได้รับต่อมา ไม่ใช่สิ่งที่เราได้เห็นได้รู้ด้วยตัวเอง

จนน่ามหัศจรรย์ที่ว่า…เราใช้ความคิดของเราทั้ง 99% นี้ในการสร้างความรู้สึกนึกคิดและการตัดสินต่างๆ ในใจเรา ความรู้สึกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับตัวละครในภาพยนตร์ ความรู้สึกรักหรือเกลียดนักร้องเกาหลี ไปจนถึงการตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายถูกฝ่ายผิดในเรื่องการเมือง

ในช่วงสองถึงสามวันมานี้ คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าพลเมืองเน็ตฯ คงจะได้รับรู้เป็นอย่างดีถึงอำนาจของข่าวลือต่างๆ ที่เราเชื่อเป็นตุเป็นตะ บางข่าวคราวอาจออกมาจากผู้สื่อข่าวที่คนทั่วไปมีความเชื่อว่าน่าเชื่อถือพอ ออกข่าวออกทีวีเป็นตุเป็นตะ แต่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง (เช่นข่าวการจับอริสมันต์ได้ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต)

แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่เราจะรับรู้ทุกอย่างด้วยตนเอง ร่วมกับแนวโน้มของโลกที่มุ่งหน้าไปยังเสรีภาพในการถ่ายทอดข้อมูลมากยิ่งขึ้น ข้อมูลต่างๆ ยิ่งถูกสร้างได้ง่าย ทั้งข้อมูลจริง และข้อมูลเท็จ และแนวโน้มของโลกนี้ คงไม่ใช่อะไรหรือใครที่จะไปขวางกั้นได้

ดังนั้นผมคิดว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กับก้าวนี้ของโลก คือการที่เราเอง ในฐานะของผู้บริโภคข้อมูล จะคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ทุกอย่างที่เราได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็น ได้กลิ่น ได้รส หรือแม้แต่ได้สัมผัส อาจไม่ใช่เรื่องจริง

และหลายๆ อย่างที่เราเชื่อ อาจใช้ไม่ได้กับทุกกรณีเสมอไป สิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันไม่มีทางที่ใครจะคิดทำอะไรแบบนี้ได้ โลกจะสวยงามหรือเลวร้ายได้ขนาดนั้นเลยหรือ? ทุกอย่างเป็นได้เสมอในโลกที่แสนกว้างใหญ่และหลากหลายนี้

อย่าปล่อยให้เรื่องที่อาจไม่ใช่เรื่องจริงนี้ มากำหนดความคิด ความชอบ ความรัก หรือความชิงชังในใจเราจนเกินพอดี

รับรู้อย่างมีสติ เคลื่อนไหวอย่างเยือกเย็นและมั่นคง น่าจะดีกว่าครับ

(จาก The New Yorker โดย Peter Steiner)


Welcome!

ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก

นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา

คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)

ทวีทล่าสุดจาก Kupo

ทวีทล่าสุดจากสมาชิกคิวบิกฯ

more...