creativeideasdrivetheworld.
In: Cubic Blog By: Zerothman
1 Dec 2009วันนี้เป็นวันที่ 1 ธันวาคม ซึ่งบางคนอาจจะไม่ทราบว่าวันนี้คือวันเอดส์โลก
จริงๆ ผมก็ไม่ควรจะทราบเหมือนกัน แต่ผมเริ่มเห็นว่าวันนี้มีตัวตนชัดๆ เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว ที่คุณ @Paul_012 ตั้งชื่อบน MSN Messenger ว่า “Stop AIDS. Keep the Promise” พร้อมกับการตั้งรูปไว้เป็นริบบิ้นสีแดง
หากให้พูดกันตามตรง ผมไม่ค่อยจะได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่ในตอนนั้น นอกเสียจากว่าจะรับรู้ว่ามันมีตัวตนอยู่ และทุกปีก็จะเห็น @Paul_012 ทำอะไรสักอย่างที่แสดงว่าวันนั้นของปีกลับมาอีกครั้งแล้ว จนมาในปีนี้ผมออกจะตื่นตัวกับเรื่องนี้ขึ้นสักหน่อย เหตุผลก็มีอยู่สองสามอย่าง
ประการแรก ผมมีโอกาสได้รับทราบเรื่องเหล่านี้ผ่านจากสื่อต่างๆ มากขึ้นในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Product (RED) ที่บรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ มาออกผลิตภัณฑ์สีแดงเพื่อแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้กับโครงการเอดส์ในแอฟริกา ในจุดนี้ทำให้ผมได้รับข้อมูลได้ชัดเจนขึ้นว่าปัญหานี้ในแถบทวีปแอฟริกามีความรุนแรงและน่าเป็นห่วงเพียงใด บวกกับสื่ออื่นๆ อย่างซีรีส์ Life Is Wild ที่บังเอิญมีตอนหนึ่งที่มีเรื่องราวของหญิงสาวชาวแอฟริกาผู้ติดเชื้อ HIV
ประการที่สอง เมื่อไม่นานมานี้ผมเองก็เพิ่งได้รับทราบถึงข้อมูลในอีกด้านหนึ่งของเยาวชนไทยเองถึงความสุ่มเสี่ยงในการได้รับเชื้อ HIV ที่มากและน่ากลัวกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้ จนเริ่มรู้สึกว่าน่าจะมีอะไรบ้างที่เราจะทำได้?
ในปีนี้ วันเอดส์โลกมีธีมประจำปีว่า “Universal Access and Human Rights” โดยแนวคิดหลักๆ ค่อนข้างตรงไปตรงมาและเข้าใจง่ายๆ ผ่านวีดีโอแนะนำอย่างเป็นทางการนี้ครับ
หากให้สรุปจากในวีดีโอนี้ สาระสำคัญก็คือ ทุกวันนี้เทคโนโลยีไม่ได้เป็นข้อจำกัดใหญ่ ปัจจุบันเรามีทั้งอุปกรณ์และยาที่จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงจากเชื้อ HIV และโรค AIDS ได้เป็นอย่างดี เพียงแต่สิ่งเหล่านี้กลับอยู่ในวงจำกัด และ “เข้าไม่ถึง” สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการจริงๆ
ผมอาจไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ใหญ่ๆ ทั้งโลก หรือที่แอฟริกาได้ชัดเจนนัก แต่หากมองย้อนกลับมาในประเทศไทยของเราเอง ผมคิดว่าการเข้าไม่ถึงนี้ก็ยังเป็นประเด็นใหญ่อยู่ทีเดียว
อาจจะยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องของยาต้านไวรัส หรือวัคซีนอะไรเทือกนั้น แต่แค่ย้อนมาถึงการป้องกันที่ไม่ได้ล้ำสมัยอะไรมากมาย ก็ยังเป็นเรื่องที่เข้าไม่ถึงเสียด้วยซ้ำ
เราคงต้องยอมรับว่า การมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงานก็เหมือนขาหมูไปแล้ว ยิ่งกับในกลุ่มของเยาวชนยิ่งกลายเป็นเรื่องต้องห้าม จากจุดนี้จึงทำให้การเข้าถึงการป้องกันอย่างถุงยางอนามัยเป็นไปได้ยาก ก็คงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ถ้าเราจะเห็นนักเรียนหัวเกรียนๆ เดินเข้าไปซื้อถุงยางฯ ในเซเว่นเป็นเรื่องขัดตาเสียสักหน่อย
นอกจากนี้แล้วจากข้อมูลที่ผมได้รับเมื่อไม่นานมานี้ มีประเด็นที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่ง คือค่านิยมของความรู้สึกที่ว่าการใช้ถุงยางอนามัยเป็นการแสดงถึงความ “มั่ว” ของตนเอง ดังนั้นจึงมีการหลีกเลี่ยงไม่ใช้กับคนที่เป็นแฟนเพื่อเป็นการแสดงออกทางความรู้สึกอย่างหนึ่ง ซึ่งค่านิยมนี้จะยิ่งมากในกลุ่มของเพศที่สาม เนื่องจากไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของการตั้งครรภ์ด้วย
อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ปัญหานี้จะหมดไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้หากทุกคนร่วมมือกัน
และสำหรับคิวบิกครีเอทีฟเอง เราก็หวังว่าเมื่อเวลามาถึง พวกเราจะได้มีส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้เช่นเดียวกัน
คงมีสักวันที่ทั้งการป้องกันและรักษา HIV/AIDS นั้น “เข้าถึง” ได้สำหรับทุกคน
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)