creativeideasdrivetheworld.
In: Million Things We've Learned By: Masatha
28 Jun 2011กลับมาอีกครั้ง สำหรับบทความในหัวข้อ Million Things We’ve Learned นะครับ ตอนนี้เราก็จะกลับมานำเสนอเรื่องราวการเรียนรู้ของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟอีกครั้ง
และทีมงานคิวบิกในครั้งนี้คือ…

แนะนำตัวก่อนเลยครับ
ผมชื่อนายวุฒิพร ปิ่นหล่อ อายุ 19 ปี กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขานิเทศศาสตร์ เอกโฆษณาครับ
รู้จักกับคิวบิกครีเอทีฟได้อย่างไรครับ?
ว่านรู้จักคิวบิกครีเอทีฟจากทางอินเทอร์เน็ต ตอนนั้นสมัครเข้ามาเป็นน้องค่าย Cubic Photo Camp #1 ครับ เนื่องจากตอนนั้นอยากเรียนรู้การถ่ายภาพ แล้วตอนนั้นก็แค่คิดว่าจะได้เรียนเทคนิกวิธีการถ่ายรูปต่างๆ เหมือนค่ายกับอื่น ๆ แต่พอมาจริง ๆ แล้วพบว่าคิวบิกฯ ไม่เหมือนที่ไหนเลยจริงๆ ในค่ายนี้ไม่ใช่แค่มีถ่ายภาพอย่างเดียว แต่ว่านได้มีโอกาสทำกิจกรรมหลายอย่างที่ทำให้เรียนรู้ และรู้สึกผูกพันกับเพื่อนๆ กับพี่ๆ ในค่าย
หลังจากนั้นก็ติดใจ สมัครมาค่าย Cubic Photo Camp Extreme #1 อีกครับ ซึ่งในค่ายนี้ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสได้รู้จักและสนิทกับพี่ๆ คิวบิกครีเอทีฟ มีโอกาสได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง เวลาที่พี่ๆ มีงานถ่ายภาพอะไรก็ชวนว่านไปตลอด จนกระทั่งมีพี่ชวนมาเล่นดนตรีให้กับคอนเสิร์ตในค่าย Cubic Creative Fun Camp #2
รู้สึกอย่างไรบ้างครับ?
ตอนนั้น ก็ดีใจที่พี่ๆ มาชวนไปเล่นดนตรีนะครับ เพราะจริงๆ ก็เป็นคนที่ชอบเล่นดนตรีมากอยู่แล้ว แต่พอมาทำงานจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่าตกใจ เพราะคิวบิกฯ ทำอะไรไม่เหมือนใครอีกแล้ว จากที่ว่านเคยคิดว่าเวลาแสดงดนตรี ก็ง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่พอมาประชุมเตรียมงาน เราพบว่ามีรายละเอียดเยอะมาก ทุกอย่างต้องทำแบบเป๊ะๆ มีการวางแผนทุกขั้นทุกตอน สำหรับงานของคิวบิกฯ จนเล่นดนตรีก็ต้องตั้งใจ ทำกันเล่นๆ ไม่ได้ครับ
หลังจากนั้นก็เลยได้มีโอกาสทำงานกับคิวบิกเรื่อยมา?
หลังจากเล่นดนตรีในค่าย CCFC2 คราวนี้ก็มีพี่ชวนให้มาทำงานค่าย Cubic Mega Camp #2 ในฝ่ายมัลติมีเดีย มีหน้าที่ในการดูแลอุปกรณ์เสียงและโสตต่างๆ คราวนี้ว่านก็ตกใจอีกเป็นครั้งที่สาม เพราะตอนเป็นน้องค่าย ไม่เคยคิดว่าเวลาทำงาน ฝ่ายมัลติมีเดียจะต้องเป๊ะขนาดนี้ ต้องประสานงานกับฝ่ายต่างๆ เตรียมบท เตรียมไฟล์ เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ และมีรายละเอียดการทำงานที่ต้องระมัดระวังเยอะมาก
ถัดจากนั้นว่านก็ได้มีโอกาสไปทัวร์จัดกิจกรรมที่ต่างจังหวัดในโครงการ MICT Digital Youth Camp On Tour โดยมีหน้าที่ในการเป็นวิทยากรสอนการถ่ายภาพ เดิมทีชีวิตนี้ก็ไม่เคยคิดว่าจะความสามารถที่จะไปสอนใครได้ แต่พี่ๆ ก็ช่วยแนะนำจนสามารถผ่านมาได้ และงานนี้ก็ยังทำให้เรามีโอกาสได้ไปสถานที่ต่างๆ ได้ไปพบเห็นผู้คนหรืออะไรที่เราไม่เคยเจอมาก่อน
แล้วอะไรที่คิดว่าท้าทายตัวเรามากที่สุด?
คงเป็นงานหัวหน้าฝ่ายมัลติมีเดียในค่าย MICT Digital Youth Camp เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เหตุเกิดจากการที่พี่ๆ ฝ่ายมัลติมีเดียหลายๆ คนต้องติดธุระพร้อมๆ กัน ภาระงานหัวหน้าฝ่ายจึงตกมาที่ว่าน ซึ่งตอนแรกก็กดดันมาก เพราะนอกจากต้องมาทำงานในระดับหัวหน้าแล้ว ค่ายนี้ยังต้องรับผิดชอบงานฝ่ายวิชาการในการสอนตัดต่อวีดีโอด้วย เป็นนักดนตรีเล่นคอนเสิร์ตด้วย ก็ยิ่งตื่นเต้นไปกันใหญ่
แล้วเราทำอย่างไร?
เราก็พยายามย้อนกลับมาดูครับ ที่ผ่านมาสิ่งที่สำคัญมากในการทำงานของคิวบิกฯ คือการเตรียมตัว ถ้าเรารู้ว่าเราจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เราก็ต้องวางแผน เตรียมการต่างๆ ให้พร้อม ซึ่งพอเราคิดเตรียมการต่างๆ ล่วงหน้า ก็ทำให้เราเริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ พอทุกอย่างที่เตรียมมันมีรายละเอียด มีขั้นตอนสมบูรณ์ ก็ทำให้ทำงานง่ายขึ้นมากครับ
แล้วช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
ช่วงนี้ว่านร่วมกับพี่ๆ ทีมนักดนตรีคนอื่นๆ กำลังร่วมกันทำสตูดิโอเพลงชื่อว่าปาดับปา จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่รวมกันมาอัดเพลงอัปขึ้น YouTube ไปเรื่อยๆ ซึ่งก็รู้สึกดีเพราะเราชอบเล่นดนตรีอยู่แล้ว แต่อยู่ตรงนี้ก็ยิ่งทำให้เราต้องฝึกการที่จะทำงานกับผู้อื่นครับ
สุดท้ายนี้มีอะไรอยากจะพูดไหมครับ?
ก็ขอบคุณคิวบิกที่ให้โอกาสในการทำงาน ไม่เคยคิดเลยว่าอย่างว่านเอง จะได้มีโอกาสทำอะไรได้เยอะแยะขนาดนี้ ได้เรียนรู้ความรับผิดชอบ ได้ลองประสบการณ์หลายๆ อย่าง ซึ่งตอนนี้ ว่านมีความมั่นใจในการทำงานขึ้นมากครับ
ผมชื่อต้นว่าน ผมอยู่คิวบิก และได้เรียนรู้ว่าถ้าเราพร้อม ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
In: Cubic Blog By: Zerothman
7 Sep 2010เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หากใครไปงาน Cubic Thanks Party 2010 อาจจะได้ชมคลิปเสี่ยวๆ จากฝีมือของ Cubic MMG ของวง Phenomena กันไปแล้ว อันที่จริงถ้าไม่นับว่ามีสมาชิกในวงที่เป็นสมาชิกคิวบิกครีเอทีฟนี้อยู่ ก็คงพูดได้ว่าคิวบิกฯ หรือแม้แต่ตัวผมเองก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับวงนี้เอาเสียเลย จนมานึกๆ ดูแล้ว ผมคิดว่าเป็นเรื่องผิดสังเกตทีเดียวที่ชื่อของ Phenomena ผ่านเข้ามาในโสตประสาทผมมากขนาดนี้

สมาชิกวง Phenomena (จากซ้าย) มิล, ยอด, มาร์ค, แทน
ในบรรดาสมาชิกวงทั้ง 4 คน ก็มีสมาชิกที่ผมพอจะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่ 2 คนได้แก่แทนกับมิล แทนเองเป็นหนึ่งในทีมงานฝ่ายกิจกรรมของ CCFC2 เลยทำให้รู้จักมักจี่กับผมอยู่พอสมควร ในขณะที่มิลเองผมก็แค่รู้จักผ่านๆ จากการที่มิลมาตีกลองให้กับคอนเสิร์ตในคืนสุดท้ายของ CCFC2 แต่ถึงผมเองจะไม่ได้มีโอกาสได้คุยกับมิลมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจและสัมผัสได้จากตัวของมิลเองคือความรักในดนตรี ในคืนนั้นตอนนี้ผมกำลังจัดการเกี่ยวกับเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทาง (ที่จริงๆ แล้วก็น้อยนิดเสียมากๆ) ให้กับบรรดานักดนตรีรับเชิญในคอนเสิร์ต ผมยื่นซองให้กับมิล แต่มิลก็ปฎิเสธพร้อมกับบอกว่า “ไม่เป็นไรครับพี่ ผมชอบเล่นดนตรี”
หลังจากที่ผมพยายามคะยั้นคะยอที่จะให้ซอง และต้องหงุดหงิดเล็กน้อยกับความไม่สำเร็จในตอนนั้น แต่ผมก็รู้สึกประทับใจกับทัศนคตินี้ของมิล อาจฟังดูเวอร์ แต่ผมสัมผัสได้ถึงความรักของมิลที่มีกับดนตรีได้มากกว่าตอนที่มิลอยู่บนเวทีเสียอีก
จนหลังจากนั้นมาสักพัก พอผมได้ยินข่าวคราวผ่านๆ จากน้องแทนว่ามิลชวนแทนไปร่วมในวงที่จะประกวด Hot Wave Music Awards ครั้งที่ 15 ความคิดแว้บแรกที่ผ่านเข้ามาในหัวของผมคือ ผมและคิวบิกฯ จะสนับสนุนมิลและวงนี้ได้อย่างไรบ้าง? แต่น่าเสียดายครับ ดูเหมือนว่าทั้งผมและคิวบิกฯ เองดูจะไม่มีความพร้อมอะไรเสียเลยที่จะช่วยเหลืออะไรวงนี้ได้ ก็เลยได้แต่ดูอยู่ห่างๆ จนกระทั้งกอล์ฟเองมาขอยืมกล้อง HD ของคิวบิกฯ ไปใช้ถ่ายวง Phenomena ตามงานต่างๆ ผมก็คิดว่านั่นคงเป็นที่สุดที่คิวบิกฯ และผมเองจะสนับสนุนได้ผ่านกอล์ฟไป
หลังจากนั้นถ้าให้พูดตามตรง ผมก็แทบไม่ได้รู้ข่าวคราวอะไรอีกเลยของ Phenomena ทางเดียวที่ผมพอจะทราบข่าวได้บ้าง (และดูเหมือนเป็นทั้งหมดของช่วงเวลานั้น) คือทวิตเตอร์ของ @mamuang จนกระทั้งมีข่าวว่าวงนี้ได้ติดรอบ 30 ทีมสุดท้าย ผมเองก็ไม่มีโอกาสจะได้ไปดูเพราะตอนนั้นยังอยู่ต่างประเทศ แต่ก็รู้สึกได้ทันทีว่าผู้คนรอบๆ ตัวบนทวิตเตอร์และเฟสบุ๊กก็เริ่มพูดถึง Phenomena มากขึ้น
จนกระทั้งเมื่อ Phenomena ได้เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายเนี่ยแหละครับ เรื่องนี้ก็กลายเป็นกระแสหลักของชาวสาธิตเกษตรและคิวบิกที่อยู่สาธิตเกษตรอย่างสุดๆ ถึงจะไม่อยากรู้ แต่ก็จะต้องมีอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ Phenomena โผล่ขึ้นมาบนไทม์ไลน์เป็นระยะๆ (เยอะสุดคงไม่พ้น @mamuang, @pongpitipert และ @equinoxxz) ถึงจะไม่ได้มากมาย แต่ก็เยอะจนผมเองหลายๆ ครั้งต้องแอบคิดในใจว่า “อะไรมันจะขนาดนั้น!”
ผมคิดว่านี่เป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจนะครับ การที่คนเราจะมีอารมณ์ร่วมกับอะไรสักอย่าง ถ้าให้ลองนึกๆ ย้อนดู ก็คงรู้สึกเหมือนตอนช่วงบอลโลก บางทีก็ดูแปลกที่ความสำเร็จหรือล้มเหลวของคนอื่นที่จริงๆ แล้วก็อาจไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเราเลย จะมาส่งผลกระทบกับจิตใจเราได้ขนาดนี้ แต่ก็เพราะด้วยความรู้สึกที่เราได้เห็น ได้สัมผัสกับสิ่งที่คนอื่น “สู้” ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มันก็ทำให้เรารู้สึก “ร่วม” กับความสำเร็จนั้น ทั้งๆ ที่เราอาจจะไม่ได้ทำอะไรเลยก็ได้
แน่นอน…สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้ หากต้นทางได้เริ่มต้น “สู้” ให้คนอื่นๆ ได้เห็นมาก่อน
และจากที่ผมกล่าวไปตอนต้น ถึงผมเองจะไม่ได้มีโอกาสได้เห็นด้วยตาตัวเอง แต่ด้วยปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวผม คงไม่ยากที่จะผมจะตั้งสมมุติฐานว่า มิลและเพื่อนๆ วง Phenomena เองคงได้ “สู้” มาไม่น้อย
เรื่องนี้คงเป็นบทเรียนง่ายๆ ว่าหากเราอยากให้ใครร่วม “สู้” กับเราแล้ว สิ่งที่ง่ายที่สุดที่เราจะทำได้ คงเป็นการเริ่ม “สู้” ให้พวกเขาเห็นก่อน
ขอเพียงเริ่ม “สู้” แล้ว… Phenomena Phenomenon คงเกิดได้กับทุกคน
สุดท้าย เผื่อใครไม่เห็นภาพ นี่คือวง Phenomena ครับ
In: Cubic Blog By: Zerothman
9 May 2010ในตอนนี้คงไม่มีเรื่องอื่นที่จะเขียนบล็อกไปได้ดีกว่าค่าย Cubic Creative Fun Camp #2 ที่เพิ่งผ่านไป (ดูรูป/วีดีโอได้ที่นี่) ซึ่งในปีนี้ค่าย CCFC#2 ก็ได้มีจุดที่พัฒนาขึ้นจากเดิมในหลายๆ อย่าง แต่เรื่องหนึ่งที่น่าจะเห็นได้เด่นชัดที่สุดในมุมน้องค่าย คงหนีไม่พ้นคอนเสิร์ตในคืนสุดท้าย ที่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คิวบิกครีเอทีฟที่มีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบขนาดนี้ภายในค่าย
ถ้าย้อนอดีตไป การทำงานหลายๆ อย่างของคิวบิกที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับเสียงเพลงอยู่ไม่น้อย หากย้อนไปตั้งแต่สมัย KUSFC#1 จำได้ว่าตอนนั้นยังไม่มีฝ่ายเสียงเป็นตัวเป็นตนในค่ายด้วยซ้ำ จะมีก็แต่ชยุตม์ที่จะชอบเปิดเพลงให้น้องฟังเวลาน้องทำโครงงานวิศวะฯ จนมาถึงการร้องเพลงอำลา “เก็บไว้” ที่ตอนนั้นผมจำได้ว่า เหมือนจะไม่ใช่ผมที่เป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยซ้ำ (รู้สึกจะเป็นรุ่นน้องจัดการกันเองสดๆ ตอนนั้น)
แต่หลังจากตอนนั้น อยู่ๆ ดนตรีก็เข้ามามีบทบาทในงานของคิวบิกครีเอทีฟมากขึ้น จากที่เดิมไม่มีฝ่าย ก็เริ่มมีฝ่ายเสียงขึ้นมาเป็นตัวเป็นตนใน KUSFC#2 โดยพร้อมๆ กันนั้นก็มีเพลง Pass the Love Forward ที่เพิ่งออกมา และด้วยความหมายที่โดนใจ เราจึงนำมาเป็นเพลงอำลาและเพลงที่ใช้ประกอบวีดีโอค่าย KUSFC#2 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเพลงชาติของคิวบิกฯ (โดยที่ไม่ได้ขออนุญาตพี่บอยด์) จนกลายเป็นธรรมเนียมที่พอจบค่ายจะต้องมีการทำวีดีโอเป็นมิวสิกวีดีโอ ซึ่งก็ต้องคิดพิจารณากันพอสมควรในแต่ละครั้งว่าจะใช้เพลงอะไร
ศาสตร์ของการใช้เพลงในกิจกรรมต่างๆ ก็เริ่มมีการพัฒนาควบคู่กันไป เริ่มมีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเพลงต่างๆ (ถ้าใครสังเกต ในงานของคิวบิกฯ ถ้ามีการเปิดเพลงอยู่ แล้วจะปิดเพลง จะไม่มีการปิดเพลงทันที แต่ละเฝดเสียงออกก่อนเสมอ) การใช้เสียงแปลกๆ ประกอบกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย หรือแม้แต่ตัวกิจกรรมเอง เริ่มต้นจากกิจกรรมที่ให้เล่นเกมเกี่ยวกับเพลงและเต้นประกอบเพลงใน KUSFC#2 ก็พัฒนามากลายเป็น Dance Battle ใน KUSFC#4 และ Karaoke Battle ใน ICTFC#5 ทั้งหมดนี้ก็เกิดจากอิทธิพลของดนตรีทั้งสิ้น
ถ้าถามถึงเหตุผลว่าทำไมดนตรีถึงได้เข้ามามีบทบาทในงานต่างๆ ของคิวบิกฯ ได้มากขนาดนี้ เหตุผลง่ายๆ คงเพราะดนตรีเป็นสิ่งที่ “จรรโลงใจ” เปิดตอนห้องเงียบๆ ก็ทำให้ห้องมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ เป็นสิ่งที่มี “อารมณ์” ฟังแล้วก็เกิดความรู้สึกดีๆ และเป็นเครื่องมือของความ “สนุก” เช่นการร้องรำทำเพลงต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์แบบคิวบิกฯ อาจจะพูดได้ว่าเสียงเพลงได้ผสานกับวัฒนธรรมคิวบิกฯ อย่างแยกไม่ออกไปเสียแล้ว
และเพราะอย่างนั้น จึงเป็นเหตุผลที่เราตัดสินใจจะทำคอนเสิร์ตขึ้นมาในค่าย CCFC#2 นี้
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย แต่อาจจะเป็นโชคดีหน่อยที่ว่า เราเองเคยมีประสบการณ์ในการจัดงานเลี้ยงกลางแจ้งและก็มักจะทำมาเกือบทุกๆ ครั้งนับตั้งแต่ค่าย KUSFC#4 บวกเข้ากับประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับดนตรีทั้งหลาย การหา “ที่อยู่” ให้กับคอนเสิร์ตนี้จึงไม่ยากเกินไปนัก นั่นคือการรวมเข้ากับงานเลี้ยง และผสานเข้ากับกิจกรรมที่เกี่ยวกับดนตรี และกิจกรรมอำลาเข้าไปอย่างกลมกลืน
ปัญหาที่เหลือ จึงกลับมาอยู่ที่การหานักดนตรี นักร้อง ไปจนถึงเวที และพร็อพต่างๆ ที่ต้องใช้
ในส่วนของนักร้อง เราตั้งใจที่อยากจะให้เป็นพี่ๆ ทีมงานค่าย CCFC#2 นี้กันเอง เนื่องจากน้องๆ ค่ายจะรู้จักอยู่แล้ว และน่าจะสามารถดึงอารมณ์น้องๆ ให้มีส่วนร่วมได้ไม่ยาก ปัญหาหลักๆ จึงกลายเป็นเรื่องที่ว่าทีมงานที่ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้มีทักษะในการร้องเพลงมาก ก็อาจจะมีปัญหาสักหน่อย ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ก็พบว่าไม่ได้เป็นปัญหามาก เพราะถึงจะร้องผิดร้องถูกร้องเพี้ยน ถ้าไม่ใช่ว่าลืมเนื้อเป็นท่อนๆ (แบบที่มีในค่ายนี้เหมือนกัน ถือว่าเป็นข้อผิดพลาด) ก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์น้องแย่ลงเลยแม้แต่น้อย
ปัญหาอีกอย่างของนักร้องคือทีมงานไม่กล้าที่จะขึ้นมาร้องเพลง ซึ่งปัญหานี้จะคล้ายๆ กับตอนที่เราเกณฑ์คนมาถ่ายมิวสิกวีดีโอที่ระลึกครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ คือในช่วงแรกคนจะยังไม่เห็นภาพมาก เลยยังกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะทำได้ไม่ดี บวกกับอาจจะขี้เกียจ แต่พอมีผลงานออกมาชัดๆ (ที่ดูดีในระดับหนึ่ง) ก็จะกล้ามากขึ้น อย่างในคอนเสิร์ตนี้เอาเข้าจริงๆ ตอนท้ายก็จะมีคนที่พอเห็นบรรยากาศและอินกับความสนุกแล้วก็จะแอบไปแจมทีหลังเยอะมาก เพราะฉะนั้นในจุดนี้คิดว่าในครั้งหลังๆ ที่เราจะมีคอนเสิร์ตอีกคงไม่ยากเท่าไหร่แล้ว
ต่อมาคือเรื่องของนักดนตรี แม้ว่าใจจริงเราจะอยากให้นักดนตรีเป็นทีมงาน CCFC#2 ทั้งหมดด้วย แต่ก็เป็นไปได้ยากมาก แม้ว่าจะพยายามลดเงื่อนไขกลายเป็นทีมงานคิวบิกฯ ทั้งหมดแล้วก็ตาม แต่การที่จะหานักดนตรีให้ครบวง และมากพอที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียน รวมถึงว่างในวันซ้อมและวันจริงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จนสุดท้ายเราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนนอกในวินาทีสุดท้ายถึง 3 คน (คือมิลที่เล่นกลอง เอิร์ธเล่นเบส กับน้องต้นว่านที่เคยเป็นน้องค่าย CPHC#1 มาช่วยเล่นกีตาร์) ซึ่งแน่นอนว่าการจับนักดนตรีที่ไม่เคยเล่นดนตรีด้วยกัน หรือแม้แต่รู้จักกันมาก่อนให้มาเล่นดนตรีด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ และถ้าให้พูดกันในทางดนตรีจริงๆ การเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์แย่มาก แต่ที่น่าแปลกคือ ให้นักดนตรีเล่นผิดแค่ไหน ถ้ายังพอฟังเป็นเพลงได้ น้องค่ายก็ดูเหมือนจะไม่สังเกตและยังสนุกได้ไม่เลิก
ในส่วนสุดท้ายก็คือเรื่องของเวที เนื่องจากว่าเราไม่มีประสบการณ์ในการเช่าอุปกรณ์พวกนี้เลย ในตอนแรกที่ติดต่อไปตามที่ต่างๆ และทางบริษัทส่งใบเสนอราคาต่างๆ มา เราก็มีปัญหาเหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าที่เสนอมามีอะไรบ้างและเหมาะสมกับราคาแค่ไหนยังไง สุดท้ายต้องไปขอคำปรึกษาจากหลายๆ คนเพื่อที่จะให้มาช่วยดู จนได้เจ้าที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว ในวันจริงก็ยังไม่วายมีปัญหา ทั้งเรื่องของการติดตั้งเลท ไปจนถึงอุปกรณ์เสีย ซึ่งสุดท้ายก็แก้อะไรไม่ได้ (เผื่อใครไม่รู้ จริงๆ แล้วในคอนเสิร์ตนั้นควรจะมีไฟสปอตไลท์ที่ส่องตามได้ฉายมาจากด้านหลังคนดูอีก แต่ฟิวส์ขาดเลยไม่มี) รวมถึงปัญหาที่เราอยากจะอัดเสียง แต่ก็ไม่ได้มีการประสานเตรียมไว้ให้เรียบร้อย จนทำให้วีดีโอต้องใช้เสียงที่อัดจากกล้องอีกที ซึ่งคุณภาพก็ค่อนข้างแย่
แต่ถึงแม้ว่าจะมีปัญหามากมายสารพัด ในภาพรวมของคอนเสิร์ตครั้งแรกในประวัติศาสตร์คิวบิกครีเอทีฟนี้ก็ไปได้สวยกว่าที่คิด และกระแสตอบรับทั้งจากทีมงานและน้องๆ ค่ายถือว่าดีมาก
จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าคอนเสิร์ตจะกลายเป็นมาตรฐานหนึ่ง ที่ค่ายของคิวบิกครีเอทีฟจะต้องมี
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า เสียงดนตรีได้ผสานเข้ากับวัฒนธรรมของคิวบิกครีเอทีฟอย่างแยกไม่ออกเรียบร้อยแล้ว
หรือมันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ? ที่ “คิวบิก” กับ “มิวสิก” มันคล้องจองกัน
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)