creativeideasdrivetheworld.
In: Million Things We've Learned By: Zerothman
5 Jun 2009บทความนี้เป็นบทความที่สองในชุด Million Things We’ve Learned ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปีของคิวบิกครีเอทีฟ เราจะนำเสนอการเรียนรู้ของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟ ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกเขาได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานในคิวบิกครีเอทีฟบ้าง โดยจะลงในทุกวันศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือนครับ
และสำหรับทีมงานคิวบิกของเราในครั้งนี้คือ…
เริ่มจากแนะนำตัวก่อนเลยครับ
ชื่อ นาถวัชร รักอาชีพ ชื่อเล่น อั้ม ศิษย์เก่าสาธิตเกษตรรุ่น 32 ตอนนี้เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาเครื่องกล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ
ร่วมทำงานกับคิวบิกฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?
ตอนปี 1 ครั้ง ถือว่าช้าถ้าเทียบกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ตอนนั้นจำได้ว่าปณัสย์มาชวนไปเป็นพี่เลี้ยงค่าย Mega#1 หลังจากนั้นก็ร่วมงานกับคิวบิกในตำแหน่งต่างๆ มาเรื่อยๆ ครับ
คิดว่าการทำงานกับคิวบิกฯ ได้แนวคิดอะไรที่ต่างไปจากที่อื่นบ้าง?
จะพูดยังไงดีล่ะ… ขอใช้คำว่า มันจุดประกายแล้วกันครับ คิวบิกนำเสนอแนวคิดการทำงานใหม่ๆ ให้ผมด เราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตามที่จินตนาการจะพาเราไป การทำงานส่วนมากมันจะมีระบบที่เรียกได้ว่าปิดตายความคิดเรามากพอสมควร แต่คิวบิกเปิดส่วนนี้ให้เราอย่างเต็มที่ บางครั้งก็เป็นการนำสิ่งใกล้ตัวมาสร้างสรรค์ บางครั้งก็เป็นการผสมวิชาการที่น่าเบื่อเข้ากับความสนุกอย่างลงตัว ตัวผมเองได้มีโอกาสทำงานทั้งงานอีเวนท์และงานค่ายต่างๆ มาพอสมควร ทุกครั้งจะได้อะไรใหม่ๆ กลับไปเสมอครับ
ลองยกตัวอย่างได้ไหมครับ?
อย่างช่วงต้นปีถ้าจำกันได้จะมีการจัดการแข่งขัน Cubic Race 3 ขึ้น ซึ่งผมได้มีโอกาสร่วมเป็นทีมงาน ช่วงนั้นได้รับภารกิจหลักๆ เลยว่าต้องหาที่ว่างในเยาวราชเพื่อใช้ทำกิจกรรม ตอนแรกฟังก็คิดว่าโอเค ไม่น่าจะยากอะไรนะ แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยครับ ผมไม่ทันนึกถึงว่า ผู้คนที่อยู่แถวนั้นมองพื้นที่ทุกตารางมิลลิเมตรเป็นเงินเป็นทอง ใช้ทำมาหากินกันอย่างคุ้มค่า ทำให้การหาพื้นที่ที่ใช้ทำกิจกรรมในวันนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย จำได้ครับว่าลองสอบถามแม่ค้าแถวนั้นเพื่อจะขอยืมพื้นที่หน้าร้าน แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่า “ที่จะให้มดเดินยังไม่มีเล้ย…” ตอนนั้นอึ้งมากครับ ทำอะไรไม่ถูก เกือบจะถอดใจเลยทีเดียว
ช่วงนั้นไปเยาวราชบ่อยมากครับ ไปจนเบื่อเลย ทุกๆ วันต้องติดต่อกับผู้คนมากมาย ต้องเรียนรู้วิธีการติดต่องานและเข้าหาผู้คน จะพูดคุยยังไงให้เค้าอยากคุยกับเราต่อ อยากให้ความช่วยเหลือเรา เอ็นดูเรา อยากทำงานกับเรา ได้รู้เลยครับว่าการทำงานกับคนที่เราไม่รู้จักเนี่ย มันลำบากเลยล่ะ เพราะเค้าทำงานไม่เหมือนกับเรา ไม่มีระบบเหมือนเรา กว่าจะคุยงานรู้เรื่องตอนนั้นเล่นเอาโทรมเหมือนกันครับ
ในวันที่จัดงานจริง สตาฟทุกคนนี่ทำงานกันหัวหมุนเลย กิจกรรมแบบนี้เวลาเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ครับ ต้องเซ็ตตลอดเลยว่าจากตรงนี้จะต้องไปตรงนั้น แล้วไปที่ไหนต่อ ทีมแรกอยู่ที่ไหน ทีมสุดท้ายอยู่ที่ไหนแล้ว เรียกได้ว่าเป็นงานที่เหนื่อยมากครับ แต่พอจบงานแล้วเราลองย้อนกลับไปมอง ก็รู้สึกได้ว่า เออเราคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ถ้าเราเลือกที่จะใช้ชีวิตประจำวันไปเรื่อยๆ แบบปกติหรอกนะ รู้ตัวเลยครับว่าความสามารถเกือบจะทุกๆ ด้านของเราพัฒนาขึ้น ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากการทำงานกับคิวบิกจริงๆ
แล้วค่ายที่พูดถึงตอนต้นล่ะครับ อยากให้เล่าให้ฟังสักนิดนึง
ถ้าสำหรับค่ายช่วงนี้ผมจะมีหน้าที่หลักๆ อย่างหนึ่งเลยคือการทำป้ายชื่อ (หัวเราะ) ซึ่งงานนี้จะเสร็จตั้งแต่วันก่อนหน้างาน เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาค่ายส่วนใหญ่ผมจะได้มีโอกาสเปลี่ยนตำแหน่งแล้วก็เรียนรู้งานไปเรื่อยๆ ตั้งแต่พี่เลี้ยง อินสเปกเตอร์ ทีมกิจกรรม หรือที่ล่าสุดในค่าย Cubic ICT Fun Camp #6 ที่ผ่านมาคือทีมวิชาการครับ
ปกติแล้วทีมวิชาการของค่ายไอซีทีจะสอนการตัดต่อวีดีโอและเสียงบนเครื่องแมค แล้วก็จะมีโปรเจ็กให้น้องถ่าย MV และนำมาตัดต่อเอง แต่ในปีนี้ทีมวิชาการได้โจทย์ใหม่ว่าให้เป็นการถ่ายหนังสั้นแทน ซึ่งดูเหมือนจะง่าย แต่ไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเลย เพราะขั้นตอนต่างๆ ที่น้องต้องทำมีอะไรที่ซับซ้อนมากกว่าเยอะ ตั้งแต่ว่างพล็อต เขียนบท คุมเวลา การถ่ายทำ ตัวละครต่างๆ และทุกอย่างมันกว้างไปหมด เพราะจะทำอะไรก็ได้ จึงกลายเป็นความยากของโจทย์
ทีนี้ปัญหาต่อมาคือเราจะทำยังไงให้โจทย์นี้ไม่ยากเกินไปสำหรับน้อง ในขณะเดียวกันน้องเองก็ยังต้องได้ฝึกการคิดการแก้ปัญหากับโจทย์นี้ด้วย เราเลยคิดว่าต้องมีกรอบอะไรให้บางอย่าง แต่เราก็เจอปัญหาต่อมาอีกว่า แล้วกรอบไหนที่จะไม่เป็นการปิดกั้นหรือตีกรอบความคิดของน้องๆ ไปด้วย สุดท้ายเราเลยได้ข้อสรุปมาครับว่าเราจะกำหนดตัวละครบังคับที่เป็นตัวการ์ตูนหรือตัวละครจากภาพยนตร์ดังๆ มาให้น้อง รวมถึงโครงเรื่องที่เอามาจากนิทาน การ์ตูน หรือภาพยนตร์เช่นเดียวกัน น้องๆ จะต้องทำการผูกเรื่องราวทั้งหมดเข้ากับตัวละครเอง ตามแต่ที่น้องอยากให้ตัวละครที่น้องๆ ชื่นชอบนั้นรับบทบาทหรือมีเรื่องราวดำเนินไปอย่างไร ซึ่งก็ถือว่าท้าทายทีเดียว เพราะโจทย์บางกลุ่มที่น้องจับฉลากได้ก็อยากกุมขมับแทนน้องเลยครับ มันมั่วได้ใจจริงๆ อย่าเช่นอุนตร้าแมนกับคนแคระทั้งเจ็ด นึกไม่ออกเลยครับว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง (หัวเราะ)
แล้วรู้สึกเหนื่อยหรือท้อบ้างไหมครับกับการทำงาน
ถามว่าเหนื่อยมั้ย มันก็เหนื่อยทุกงานแหละครับ (หัวเราะ) แต่ถามว่ามีความสุขมั้ย สนุกมั้ย อันนี้มันอีกเรื่องหนึ่ง
ทุกๆ วันนี้ที่ผมทำงานกับคิวบิกฯ ผมเริ่มมองอะไรรอบตัวมากขึ้น จากเดิมที่มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว บางครั้งความสำเร็จของการทำงานมันก็ไม่ได้เกิดจากผลลัพธ์อย่างเดียว มันอยู่ที่ความสุข ความอบอุ่นในการทำงานมากกว่า และถ้าคนเรามีความสุขกับอะไรที่เราทำ เหนื่อยแค่ไหนมันก็เต็มร้อยได้เสมอแหละครับ และเมื่อมีงานอะไรก็อยากจะได้ทำอีก เพราะรู้สึกได้ว่าตรงนี้ยังเป็นที่ของเรา มีคนที่เรารู้จัก มีพี่ๆ มีน้องๆ มีเพื่อนๆ ที่เราอยู่ด้วยแล้วเราสบายใจนะ เรารักที่นี่นะ เป็นแบบนี้ใครก็อยากจะอยู่ด้วยตรงนี้ล่ะครับ ผมว่านี่คือความสำเร็จที่แท้จริงของการทำงานจริงๆ
มีคนบอกว่า ทุกวันนี้ความรู้สึกแบบนี้กำลังจะหายไป ผมว่าความรู้สึกแบบนี้สร้างได้ไม่ยากหรอกครับ แค่เรามองไปรอบๆ ใส่ใจกับคนข้างๆ เราให้มากขึ้น เหนื่อยมั้ย? มีอะไรให้ช่วยมั้ย? เชื่อไหมครับว่าคำถามแค่คำสองคำก็ช่วยเติมพลังให้กับคนที่ทำงานกับเราได้ไม่รู้เท่าไหร่ การที่เราเดินไปถึงจุดหมายคนเดียวเนี่ย มันเหงานะครับ ถึงจะต้องคอยช่วยเหลือคนที่ล้มบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่มันอบอุ่นกว่าเยอะเลยไม่ใช่หรือครับ?
สุดท้ายอยากจะฝากอะไรถึงผู้อ่านบ้างไหมครับ?
คิวบิกทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างครับ อย่างหนึ่งเลยคือคนเราเรียนรู้เพราะคิดจะเรียนรู้ และอะไรกันที่จะกระตุ้นให้เราอยากเราคิดที่จะเรียนรู้? คิวบิกเฉลยคำตอบนี้ให้ผมครับ ง่ายๆ เลย มันคือความสนุก ทุกวันนี้ผมเลยพยายามมองทุกอย่างให้เป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องท้าทายที่เราจะได้ลองทำมัน พอสนุกแล้วอะไรมันก็ดูง่ายไปหมด ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ง่ายเลย
การทำงานทุกอย่างจริงๆ แล้วถามว่ามีปัญหามั้ย? มีทั้งนั้นแหละครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแก้มันอย่างไร ที่ผ่านๆ มาผมจะบอกตัวเองว่า ถ้าไม่อยากมีปัญหา ก็อย่าทำให้ปัญหามันเกิด แต่ในความเป็นจริงบ่อยครั้งที่ปัญหามันจะเป็นฝ่ายวิ่งมาชนเราเสมอๆ ไม่มีโอกาสที่จะหลบเลี่ยงหรือแก้ไขไปได้เลย ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างโอกาสด้วยตนเองเท่านั้นครับ
ผมชื่ออั้ม ผมอยู่คิวบิกฯ และได้เรียนรู้ว่าเราเรียนรู้ได้ถ้าเราสนุกกับมันครับ
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)