Archive for the ‘Old Blogs

Still, love is all around.

In: Old Blogs  By: Zerothman

14 Feb 2007

วันนี้ได้โอกาสประจวบเหมาะ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือวันวาเลนไทน์

ผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็เป็นวันพิเศษวันหนึ่งที่คนไทยที่จำได้มากกว่าวันสำคัญอื่นๆ

หลายๆ คนใช้วันนี้ในการแสดงออกซึ่งความรักต่างๆ ของขวัญ การ์ด ดอกไม้ หรือช็อกโกแลตได้ถูกจับจ่ายและหมุนเวียนในระบบมากมายมหาศาลในวันเพียงวันเดียว

ในขณะที่คนอีกบางกลุ่มอาจจะรู้สึกต่อต้าน ด้วยความรู้สึกที่ว่าเป็นเพียงการผลักดันของโลกทุนนิยมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขายได้ในโอกาสพิเศษนี้

สำหรับผม ถึงแม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ที่หวือหวาในวันแห่งความรักนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้ต่อต้านหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ

แต่มันก็เป็นวันหนึ่งที่ทำให้ผมเชื่อได้ว่า โลกนี้ยังมีความรักอยู่อย่างเหลือเฟือ พอที่จะแบ่งปันให้กับใครๆ ที่อยู่รอบตัวเราทุกๆ คน

คุณพร้อมจะมอบให้กับพวกเขาหรือยัง?

Old < New < Old + New

In: Old Blogs  By: Zerothman

11 Feb 2007

ผมปวดแขนครับ…

จริงๆ เกิดจากการที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก แล้วอยู่ๆ วันนี้ก็ริจะดูดฝุ่นบ้าน (พอดีผมเพิ่งย้ายมาบ้านใหม่ได้สักพัก แต่ยังไม่อยู่ถาวรหรอกนะครับ) เพราะยังไม่มีใครจะมาทำงานบ้าน บวกกับที่เพิ่งซื้อเครื่องดูดฝุ่นซีเมนส์สีแดงน่ารักสดใสมาใหม่ ก็เลยไหนๆ ก็ไหนๆ ก็ดูดฝุ่นหน่อยแล้วกัน

ผลคือ เหนื่อยครับ.. ปกติผมดูดฝุ่นอยู่แล้วพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะดูดแต่ในห้องตัวเอง ไม่เคยดูดทั้งบ้านขนาดนี้

แต่ระหว่างที่ดูดผมก็ได้ค้นพบอะไรบางอย่างว่า จริงๆ แล้วเครื่องดูดฝุ่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่าเสมอไป ผมกลับคิดว่าการ “กวาด” ที่แสนดั้งเดิมยังเหมาะสมกว่าในบางกรณี โดยเฉพาะในที่โล่งๆ กว้างๆ ผมคิดว่าการกวาดทั้งห้องมารวมกันแล้วค่อยใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด ง่ายกว่าการพยายามเอาหัวเครื่องดูดฝุ่น (ที่หนักกว่าไม้กวาดแน่ๆ) พยายามลากไปมาให้ทั่ว

ในทางกลับกัน สำหรับซอกมุมต่างๆ หรือตามใต้ฟอร์นิเจอร์ต่างๆ การเอาหัวเครื่องดูดฝุ่นยืนไปดูดปุ๊บๆ กลับง่ายกว่ากันมาก เพราะแน่นอนว่ากว่าจะเอาไม้กวาดเขี่ยทุกอย่างออกมา หลังอาจจะหักก่อนได้

ผมค้นพบแล้วครับ ว่าการทำความสะอาดโดยการผสมผสานอุปกรณ์เก่าและใหม่อย่างลงตัวนั้น ทำให้งานต่างๆ ง่ายขึ้นมาก

ไม่เหมือนกับการแต่งงาน หลายๆ คนมักลืมนึกว่า หลายๆ โอกาสในชีวิตเรามีโอกาสที่จะเลือกมากกว่าหนึ่ง

ดังนั้นวันนี้ทำให้ผมได้ตระหนัก และอยากฝากบอกถึงทุกๆ คนว่า

ของเก่าว่าเก๋า ของใหม่ได้ใจ
แต่เก่าบวกใหม่เก๋าได้ใจนะขอบอก

Introducing ICTFC4 – The whole new ICTFC

In: Old Blogs  By: Zerothman

27 Jan 2007

วันนี้อยากจะมาขอโปรโหมตค่ายฤดูร้อนของ Cubic Creative เสียน้อย ในปีนี้ (2007) ทาง Cubic Creative มีโปรเจคค่ายพักแรมทั้งสิ้น 3 ค่าย ได้แก่ค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4 (4th Cubic KUS Fun Camp), ค่ายเยาวชนไทย ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม ครั้งที่ 2 (2nd Cubic Innovator Camp) และค่ายเยาวชนไทย ก้าวไกลไปกับไอซีที ครั้งที่ 4 (4th Cubic ICT Fun Camp) ซึ่งค่ายที่ผมอยากจะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็คือลำดับสุดท้าย หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า ICTFC4 นั่นเองครับ

ค่ายไอซีที (ขอเรียกย่อๆ แบบนี้นะครับ) ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2004 โดยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับโรงเรียนในโครงการนำร่องประยุกต์ใช้ไอซีที 5 โรงเรียน ซึ่งในครั้งนั้นทางทีมงาน Cubic Creative ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดกิจกรรมต่างๆ ภายในค่ายทั้งหมด ซึ่งค่ายก็ได้ดำเนินการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นับว่าเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ของ Cubic Creative จุดหนึ่งรองจากค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1 เลยทีเดียว

ดังนั้นในปีถัดมา ทางสำนักบริการคอมพิวเตอร์ฯ จึงได้มอบหมายให้ Cubic Creative เป็นผู้จัดกิจกรรมค่ายไอซีทีอีกครั้งหนึ่ง หากแต่เพียงคราวนี้ ชาวค่ายของเราได้จากการรับสมัครเยาวชนจากทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ จำนวน 60 คน ภายใต้ชื่อตอนว่า “ปฏิบัติการณ์อนิเมชั่นสุดขอบฟ้า” โดยเนื้อหาหลักของค่ายเกี่ยวกับการทำแฟลชอนิเมชั่นเป็นหลัก โดยได้สำเร็จไปได้ด้วยดีตามความคาดหมาย

สำหรับในครั้งที่ 3 หรือครั้งล่าสุดที่ผ่านมานั้น โครงการค่ายไอซีที ได้เป็นหนึ่งในโครงการ Cubic Creative Summer Supreme~! 2006 โดยมีหัวข้อหลักของค่ายว่า “เมื่อคอมพิวเตอร์ปลดปล่อยพลังจินตนาการไร้ขีดจำกัด” โดยกิจกรรมภายในค่ายให้น้องๆ ได้ใช้คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์และจัดการดิจิตอลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง หรือวีดีโอออกมาเป็นผลงานที่สวยงาม ซึ่งผลงานของน้องๆ ก็บรรเจิดเกินความคาดหมายกันจริงๆ

และมาในปีนี้ ถึงแม้ว่าหัวข้อของค่าย “การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และเป็นระบบโดยประยุกต์การใช้ไอซีที” อาจจะดูธรรมดาและไม่แปลกแตกต่างเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เท่าไหร่ แต่ค่ายนี้ผมขอยืนยันนอนยันกับท่านผู้อ่านเลยครับว่า ค่ายครั้งนี้จะถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอันหนึ่งของ Cubic Creative เลยทีเดียว!

อันดับแรก ปีนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะเปลี่ยนแนวคิดของกิจกรรมค่ายไอซีทีจากรูปแบบของการอบรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนาน มาเป็นในรูปแบบของกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนานแทน ซึ่งเป็นการถอดรูปแบบจากค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ กล่าวคือ จะไม่ใช่การอบรมให้น้องๆ ฝึกใช้โปรแกรมใดๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นการให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฝึกการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาต่างๆ นั่นเองครับ

ดังนั้นในครั้งนี้เมื่อน้องๆ ผ่านค่ายของเราไปแล้ว น้องๆ จะเข้าใจความหมายและขีดความสามารถของไอซีที ทำให้สามารถประยุกต์ใช้ไอซีทีเข้ามาใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตได้เหมาะสมและสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแต่ว่าใช้โปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งเป็นเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นจุดต่างที่สำคัญ และผมคิดว่าความสามารถนี้สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในสภาพโลกปัจจุบันที่มีซอฟท์แวร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ ดังนั้นการสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมพร้อมปรับตัวและเร

วันนี้อ่านบทความบทหนึ่งเกี่ยวกับ เส้นก๋วยเตี๋ยว

ทำให้ได้รู้ว่า…

เส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีอยู่เกลื่อนโลก ทั้งอิตาลี(สปาเกตตี มะกะโรนี เส้นดำ) ญี่ปุ่น(ราโมง อุด้ง โซบะ) ไทย(เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บะหมี่) มีที่ไหนอีกหว่า… (เอ๊ะ ไม่เกลื่อนอย่างที่คิด พี่ป่านช่วยมาบอกด้วย มีที่ไหนอีก)

โคตรบรมปู่เส้นก๋วยเตี๋ยว เหล่านี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่… (ให้เดา รับรองถูก)

จีน! ถูกต้อง

” …Institute of Tibetan Plateau Research(สถานบันไรไม่รู้เกี่ยวกับ ทิเบต-_-”) ได้รายงานว่า เขาได้พบไหที่ทำด้วยดินเผาใบหนึ่งที่เมือง Lajia ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีนและอยู่ใกล้ปลายแม่น้ำเหลือง

…หลายใบที่ภายในมีเส้นก๋วยเตี๋ยว ไหเหล่านี้ฝังอยู่ใต้ดินที่ลึก 3 เมตร การวัดอายุของไหและของดินตะกอนในบริเวณนั้น แสดงว่า พื้นที่นี้ คือ แหล่งอาศัยของคนเมื่อ 4,000 ปีก่อน และเมื่อหมู่บ้านถูกน้ำท่วม และถูกแผ่นดินไหวถล่ม ผู้คนจึงอพยพทิ้งหมู่บ้านไปอย่างถาวร

…เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร และมีสีเหลือง เพราะทำด้วยข้าวบาร์เลย์ (Hordeum) ข้าวสาลี (Triticum) และข้าวฟ่าง (Panicum) ซึ่งแสดงให้นักประวัติศาสตร์รู้ว่า คนจีนทำนาข้าวเหล่านี้เป็นตั้งแต่ 4,000 ปีก่อน “

สี่พันปีก่อน… พระเจ้า… ผมว่าคนสมัยนั้นคิดทำมันขึ้นมาได้ ตอนนั้นคงจะมีเทพเสน่ห์ปลายจวักเข้าสิงแน่ๆเลย

แต่นอกจากนี้ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ดูไม่ใช่เรื่องเอาซะเลย เกี่ยวกับเส้นก๋วยเตี๋ยว

นั้นก็คือ นักฟิสิกส์เขาสงสัยว่า ทำไมเวลาเรางอเส้นสปาเกตตีจนแตกแล้ว มันไม่เคยจะหักครึ่งเป็น 2 ท่อนเลยสักครั้ง แต่จะหักเป็นหลายๆท่อนประมาณ 3 4 5 ท่อน พวกนักฟิสิกส์พวกนี้เค้าศึกษากันจริงจังเลยนะครับ

ดูไม่ใช่เรื่องใช่ปะครับ แต่ว่าก็ไม่ใช่เล่นนะครับ

เค้าบอกว่า เพราะธรรมชาติมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการแตกสลายเต็มไปหมด เช่น ภูเขาไฟระเบิด กระจกโดนก้อนหินแตก นิวเคลียสของอะตอมแตกตัวเมื่อถูกนิวตรอนพุ่งชน(ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นิวเคลียร์ฟิชชั่น ที่ทำให้เกิดระเบิดนิวเคลียร์) พลุ ฯลฯ

“ถ้าเรารู้ว่าอะไรทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้แตกตัว และกระบวนการแตกแยกนั้นเกิดได้อย่างไร เราก็จะสามารถรู้วิธีทำให้มันไม่แตกสลายได้ …ณ วันนี้ วิทยาศาสตร์ของการแตกสลาย (fragmentation science) กำลังเป็นศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นมาก”

ดังนั้นจึงเริ่มศึกษาจากอะไรง่ายๆก่อนครับ นั้นคือเส้นสปาเกตตีนี้เอง

แต่ที่น่าแปลกก็คือ ปัญหาเส้นสปาเกตตีนี้ แม้จะผ่านมือนักฟิสิกส์ที่เก่งกาจอยู่หลายคน พวกเขาก็ไม่สามารถพิชิตมันได้

หนึ่งในนักฟิสิกส์ผู้โด่งดังที่สนใจปัญหาเส้นสปาเกตตีนี้ ก็คือ ริชาร์ด เฟย์นแมน (Richard P. Feynman) ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ที่ถือว่าเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในโลกแล้วสำหรับนักฟิสิกส์ เฟย์นแมนนั้นพยายามให้เวลาทุกๆเย็นสำหรับพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แต่ก็คิดไม่ออก

ที่จริง เฟย์นแมน คนนี้เจ๋งมาก เป็นนักฟิสิกส์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ ควาร์ก(ส่วนย่อยเข้าไปอีกที่ทำให้เกิดโปรตอน นิวตรอน)และซูเปอร์ฟลูอิดิตี้(อะไรก็ไม่รู้) ส่วนที่งานที่สำคัญ
ที่ผมเองก็รู้จัก ก็คือเขาเป็นคนคิดวิธีรวมแรง แม่เหล็กไฟฟ้าเข้ากับนิวเคลียร์แบบอ่อนได้ ซึ่งก็เป็นงานที่ทำให้เขาได้รางวัลโนเบลนี้เอง

เท่าที่อ่านผ่านๆมา เป้าหมายของฟิสิกส์ในปัจจุบันนั้น มันก็คือการสร้างทฤษฎีที่สามารถอธิบายเพื่อรวมแรงพื้นฐาน 4 อย่างให้ถือเ

Rebirth

In: Old Blogs  By: Zerothman

25 Jan 2007

สวัสดีครับ ก่อนอื่นคงต้องขออภัยทุกๆ ท่านที่ Cubic Blog ได้หายหน้าหายตาไปนาน จริงๆ แล้วก็คงจะไม่โยนความผิดไปที่ใครแต่ก็คงเป็นพวกเรากันเอง ซึ่งผมคงจะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้นะครับ

วันนี้เนื่องในโอกาสที่ Cubic Blog กลับมาใหม่อย่างสมบูรณ์หลังจากหายหน้าหายตาไปตลอด 1 ปีเต็ม ผมจึงจะขอใช้หัวข้อในครั้งนี้ว่า “Rebirth” หรือการเกิดใหม่สักหน่อยนะครับ

จริงๆ แล้วเราคงจะไม่ได้พูดถึงการกลับชาติมาเกิดหรืออะไรทำนองนี้หรอกนะครับ แต่ที่ผมอยากจะพูดในวันนี้คงจะหมายถึง “การเริ่มต้นใหม่” เสียมากกว่า

ในชีวิตคนเรา หลายๆ ครั้งที่เรามักจะบอกกับตัวเองว่า ชีวิตเราได้เริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว ซึ่งการที่เราจะบอกว่าเราได้เริ่มต้นใหม่นั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเรากำจัดสิ่งเก่าๆ ออกไป ก็คงหมายถึงการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต โดยที่หวังว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งสิ้นเหล่านี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเราและคนรอบข้างให้ดีขึ้น

ถึงแม้ว่าหลายๆ ครั้งการเริ่มต้นใหม่อาจหมายถึงการที่เราต้องสูญเสียอะไรบางอย่างทั้งหลายทั้งสิ้นที่เราเคยสั่งสมมาก็ตาม แต่คนก็ยังเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่าอยากลองสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต หรือแค่เพียงเพราะสิ่งเก่าๆ นั้นยุ่งเหยิงเกินกว่าจะแก้ไขหรือดำเนินต่อเสียแล้ว

ผมจึงอยากจะฝากถึงทุกๆ คนว่า อย่ากลัวการสิ้นสุดหรือการเริ่มต้นใหม่เลยครับ เรามามองหาโอกาสของมันอย่างชาญฉลาดกันดีกว่า

และที่สำคัญที่สุด.. คงไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จีรังยั่งยืนไปตลอดกาล แม้ว่าเราจะพยายามรักษามันไว้แค่ไหนก็ตาม


Welcome!

ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก

นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา

คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)

ทวีทล่าสุดจาก Kupo

ทวีทล่าสุดจากสมาชิกคิวบิกฯ

more...