<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Cubic Blog &#187; Old Blogs</title>
	<atom:link href="http://cubiccreative.org/blog/category/old/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://cubiccreative.org/blog</link>
	<description>Creative ideas drive the world.</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Sep 2011 21:38:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Death might not worst.</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/death-might-not-worst/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/death-might-not-worst/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 May 2007 17:57:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/05/death-might-not-worst/</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อสักครู่ผมเพิ่งดูซีรีส์เรื่องหนึ่งจบ (The Closer &#8211; เป็นซีรีส์สืบส่วน) ในตอนที่ผมดูเมื่อสักครู่นี้ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก นั่นคือในเรื่องเป็นการสืบสวนการตายของเด็กคนหนึ่งระหว่างการผ่าตัด ผู้เป็นแม่กล่าวอ้างว่าเป็นการฆาตกรรม ในขณะที่ทางแพทย์ยืนยันว่าเป็นเพียงความผิดพลาด ในท้ายที่สุด หลังจากการสืบสวนเป็นไปอย่างเข้มข้น ความจริงก็ได้ปรากฏ นั่นคือ แพทย์ตัดสินใจให้เด็กตาย (ไม่กู้ชีพ) เนื่องจากสมองของเด็กเกิดภาวะการขาดเลือดนานเกินกว่าที่จะฟื้นมาเป็นปกติได้ แม้ว่าในตอนจบของเรื่อง จะทำให้เกิดเรื่องที่น่าเศร้า นั่นคือแพทย์ถูกสังหารโดยผู้เป็นแม่ของเด็กที่ตาย แต่เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าครุ่นคิด ว่าแท้จริงแล้ว แพทย์ผู้นั้นตัดสินใจถูกหรือไม่? ใช่เขาหรือเปล่าที่มีสิทธิ์ในการตัดสินให้ใครอยู่หรือตาย? หรือเขาควรทำอย่างไรในเสี้ยววินาทีวิกฤตินั้น? ในโลกที่การมีลมหายใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่มีอะไรยากไปกว่าผู้ที่มีหน้าที่รักษาลมหายใจเหล่านั้น&#8230; น้องๆ ครับ น้องพร้อมที่จะก้าวเข้าไป ณ จุดนั้นจริงหรือเปล่า?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อสักครู่ผมเพิ่งดูซีรีส์เรื่องหนึ่งจบ (<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/The_Closer" target="_blank">The Closer</a> &#8211; เป็นซีรีส์สืบส่วน)</p>
<p>ในตอนที่ผมดูเมื่อสักครู่นี้ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก นั่นคือในเรื่องเป็นการสืบสวนการตายของเด็กคนหนึ่งระหว่างการผ่าตัด</p>
<p>ผู้เป็นแม่กล่าวอ้างว่าเป็นการฆาตกรรม ในขณะที่ทางแพทย์ยืนยันว่าเป็นเพียงความผิดพลาด</p>
<p>ในท้ายที่สุด หลังจากการสืบสวนเป็นไปอย่างเข้มข้น ความจริงก็ได้ปรากฏ นั่นคือ แพทย์ตัดสินใจให้เด็กตาย (ไม่กู้ชีพ) เนื่องจากสมองของเด็กเกิดภาวะการขาดเลือดนานเกินกว่าที่จะฟื้นมาเป็นปกติได้</p>
<p>แม้ว่าในตอนจบของเรื่อง จะทำให้เกิดเรื่องที่น่าเศร้า นั่นคือแพทย์ถูกสังหารโดยผู้เป็นแม่ของเด็กที่ตาย</p>
<p>แต่เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าครุ่นคิด ว่าแท้จริงแล้ว แพทย์ผู้นั้นตัดสินใจถูกหรือไม่?</p>
<p>ใช่เขาหรือเปล่าที่มีสิทธิ์ในการตัดสินให้ใครอยู่หรือตาย?</p>
<p>หรือเขาควรทำอย่างไรในเสี้ยววินาทีวิกฤตินั้น?</p>
<p>ในโลกที่การมีลมหายใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่มีอะไรยากไปกว่าผู้ที่มีหน้าที่รักษาลมหายใจเหล่านั้น&#8230;</p>
<p><b>น้องๆ ครับ น้องพร้อมที่จะก้าวเข้าไป ณ จุดนั้นจริงหรือเปล่า?</b></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/death-might-not-worst/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะมีบ้างไหม?</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2007 11:38:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/05/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[ขณะนี่ ได้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากที่ Cubic Creative ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในการแปรรูปแล้ว (New Box Project) ผมบอกได้เลยครับว่า ขณะนี้ เราอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ หรือเรียกได้ว่าเป็นจุดพลิกผันที่สำคัญจุดหนึ่ง มันอาจจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ หรืออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะก็ไม่อาจทราบได้ แม้ว่าวันนี้ Cubic Creative จะก้าวมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของผู้คนมากกว่า 100 ชีวิต ผู้คนที่หลากหลายไปด้วยนิสัย ผู้คนที่หลากหลายไปด้วยแนวคิด &#8230;และผู้คนที่หลากหลายไปด้วยความฝัน&#8230; ผมดีใจที่วันนี้ ความฝันของหลายๆ คนได้ก้าวข้ามผ่านมาถึงจุดตัดที่สำคัญ แม้ว่าทางแยกข้างหน้าจะใกล้เข้ามาทุกทีก็ตามแต่ แต่ผมก็ยังเฝ้ารอสักวันที่จะมีใครสักคนที่มีปลายทางเดียวกับผม ฉันจะรอวันนั้น&#8230;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขณะนี่ ได้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากที่ Cubic Creative ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในการแปรรูปแล้ว (New Box Project)</p>
<p>ผมบอกได้เลยครับว่า ขณะนี้ เราอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ หรือเรียกได้ว่าเป็นจุดพลิกผันที่สำคัญจุดหนึ่ง</p>
<p>มันอาจจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ หรืออาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะก็ไม่อาจทราบได้</p>
<p>แม้ว่าวันนี้ Cubic Creative จะก้าวมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของผู้คนมากกว่า 100 ชีวิต ผู้คนที่หลากหลายไปด้วยนิสัย ผู้คนที่หลากหลายไปด้วยแนวคิด</p>
<p>&#8230;และผู้คนที่หลากหลายไปด้วยความฝัน&#8230;</p>
<p>ผมดีใจที่วันนี้ ความฝันของหลายๆ คนได้ก้าวข้ามผ่านมาถึงจุดตัดที่สำคัญ แม้ว่าทางแยกข้างหน้าจะใกล้เข้ามาทุกทีก็ตามแต่</p>
<p>แต่ผมก็ยังเฝ้ารอสักวันที่จะมีใครสักคนที่มีปลายทางเดียวกับผม</p>
<p><b>ฉันจะรอวันนั้น&#8230;</b></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Don&#039;t steal music.</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/dont-steal-music/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/dont-steal-music/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Apr 2007 13:46:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/04/dont-steal-music/</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;Don&#8217;t steal music.&#8221; หากใครได้เคยจับจ่าย iPod มาเป็นของตนสักเครื่อง อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับประโยคนี้ ที่จะเขียนอยู่บนซองพลาสติกที่หุ้มตัวเครื่อง iPod บริเวณหน้าจอ พร้อมกับคำแปลในภาษาอื่นๆ อีกสามสี่ภาษา จนยากนักที่จะรอดพ้นสายตาไปได้ นั่นคือข้อความของ Apple ที่มีให้กับผู้ใช้ iPod ทุกคน จริงๆ แล้วถ้ามองอย่างตรงไปตรงมา ก็คงเป็นความตั้งใจของ Apple ที่อยากให้ผู้ใช้ iPod มาใช้บริการ iTunes Music Store ของตน (ชนิดว่าให้เงินไม่รั่วไหลออกนอกบริษัท) แต่ผมก็เชื่อว่า ข้อความนี้เป็นการสะท้อนภาพของการละเมิดลิขสิทธิ์ออกมาได้อย่างรุนแรงพอสมควร ผมเองก็ต้องยอมรับว่า แม้ในปัจจุบันนี้ ตัวผมเองก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากการ &#8220;ขโมย&#8221; ผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นซอฟท์แวร์ เพลง หรือภาพยนตร์ก็ตามแต่ ถึงกระนั้น บางครั้งผมก็ยังตกใจกับแนวคิดของบุคคลอื่นๆ ที่มีต่อการ &#8220;ขโมย&#8221; ผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงว่าตราบเท่าที่ไม่ถูกจับก็ไม่เป็นไร หรือในบางแนวคิดที่คิดว่าเจ้าของผลงานเขาได้ไปเยอะแล้ว จะเอาอะไรกันอีกนักหนา ผมไม่คิดว่าคนที่เฉยๆ กับการ &#8220;ขโมย&#8221; ผลงานสร้างสรรค์นั้นผิด แต่เพราะสังคมทำให้เขาเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดต่างหาก สังคมของเรายังไม่สามารถปลูกจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าของผลงานสร้างสรรค์ได้ชัดเจน เราอาจเคยถูกสอนแต่เด็กว่าห้ามไปขโมยของของผู้อื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;Don&#8217;t steal music.&#8221;</p>
<p>หากใครได้เคยจับจ่าย iPod มาเป็นของตนสักเครื่อง อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับประโยคนี้ ที่จะเขียนอยู่บนซองพลาสติกที่หุ้มตัวเครื่อง iPod บริเวณหน้าจอ พร้อมกับคำแปลในภาษาอื่นๆ อีกสามสี่ภาษา จนยากนักที่จะรอดพ้นสายตาไปได้</p>
<p>นั่นคือข้อความของ Apple ที่มีให้กับผู้ใช้ iPod ทุกคน</p>
<p>จริงๆ แล้วถ้ามองอย่างตรงไปตรงมา ก็คงเป็นความตั้งใจของ Apple ที่อยากให้ผู้ใช้ iPod มาใช้บริการ iTunes Music Store ของตน (ชนิดว่าให้เงินไม่รั่วไหลออกนอกบริษัท)</p>
<p>แต่ผมก็เชื่อว่า ข้อความนี้เป็นการสะท้อนภาพของการละเมิดลิขสิทธิ์ออกมาได้อย่างรุนแรงพอสมควร</p>
<p>ผมเองก็ต้องยอมรับว่า แม้ในปัจจุบันนี้ ตัวผมเองก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากการ &#8220;ขโมย&#8221; ผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นซอฟท์แวร์ เพลง หรือภาพยนตร์ก็ตามแต่</p>
<p>ถึงกระนั้น บางครั้งผมก็ยังตกใจกับแนวคิดของบุคคลอื่นๆ ที่มีต่อการ &#8220;ขโมย&#8221; ผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงว่าตราบเท่าที่ไม่ถูกจับก็ไม่เป็นไร หรือในบางแนวคิดที่คิดว่าเจ้าของผลงานเขาได้ไปเยอะแล้ว จะเอาอะไรกันอีกนักหนา</p>
<p>ผมไม่คิดว่าคนที่เฉยๆ กับการ &#8220;ขโมย&#8221; ผลงานสร้างสรรค์นั้นผิด</p>
<p>แต่เพราะสังคมทำให้เขาเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดต่างหาก</p>
<p>สังคมของเรายังไม่สามารถปลูกจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าของผลงานสร้างสรรค์ได้ชัดเจน เราอาจเคยถูกสอนแต่เด็กว่าห้ามไปขโมยของของผู้อื่น แต่นั่นไม่เคยรวมถึงผลงานสร้างสรรค์อันเป็นนามธรรมเหล่านี้</p>
<p>ผมคิดว่าเราคงต้องใช้เวลากันอีกพอสมควรครับ&#8230;</p>
<p>หวังว่าสักวัน ทุกคนในสังคมจะให้เกียรติในสิทธิ์ของผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ เฉกเช่นเดียวกับทรัพย์สินอันเป็นรูปธรรมอื่นๆ</p>
<p><b>เราต้องช่วยกันคนละนิดครับ</b></p>
<p>ปล. Cubic Blog เราอนุญาตให้สาธารณะชนใช้ประโยชน์ในผลงานสร้างสรรค์ตามไลเซนส์ Creative Commons BY-NC-ND</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/dont-steal-music/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>A sound of sorrow.</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/a-sound-of-sorrow/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/a-sound-of-sorrow/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Mar 2007 11:22:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/03/a-sound-of-sorrow/</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากว่าโดยธรรมชาติของตัวผมเองแล้ว เป็นคนที่นอนดึก และนอนยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงไหนที่ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเพื่อทำธุระใดๆ ผมถึงกับต้องมาหลับตอนเช้าและตื่นตอนเย็นเลยทีเดียว และด้วยธรรมชาติในการนอนแบบนี้ของผม จึงทำให้ทุกๆ ครั้งที่ผมพยายามจะนอน จะมีอุปสรรคอย่างหนึ่งคือเสียงนกที่มักจะร้องในช่วงหลังเที่ยงคืนถึงเช้ามืด ผมมาทราบทีหลังครับว่า เสียงนกที่ผมได้ยิน มันชื่อนกตีทอง (เกิดจากเสียงร้องที่คล้ายๆ กับเสียงตีทอง) เสียงของมันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งกับการนอนของผมในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับผมมันคือสิ่งที่น่ารำคาญที่ผมอยากจะกำจัดออกไปให้ได้เลยทีเดียว พ่อผมเล่าว่า มันมาทำรังที่ต้นไม้บ้านผมได้สักพักแล้ว และตอนนี้มันก็มีลูกนกสองสามตัวที่เพิ่งฟักออกมาที่ต้องคอยเลี้ยง แน่นอนครับว่า มันยังบินไม่ได้ เช้านี้ที่ผ่านมาตอนที่ผมกำลังจะออกไปทำงานข้างนอก ผมเห็นต้นไม้บ้านผมต้นหนึ่งล้มลงมาพาดอยู่กับหลังคาโรงรถ คงเป็นเพราะพายุเมื่อคืนที่ผ่านมาแบบไม่มีใครคาดคิดนั่นเอง และวันนี้เป็นครั้งแรกครับที่ผมได้ยินเสียงนกตีทองร้องในช่วงกลางวัน ตอนนี้อุปสรรคในการนอนของผมคงไม่ใช่เสียงนกที่แสนน่ารำคาญอีกต่อไป แต่คือเสียงแห่งความเศร้าของแม่นกพ่อนกที่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจ จนเกินกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากว่าโดยธรรมชาติของตัวผมเองแล้ว เป็นคนที่นอนดึก และนอนยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงไหนที่ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเพื่อทำธุระใดๆ ผมถึงกับต้องมาหลับตอนเช้าและตื่นตอนเย็นเลยทีเดียว</p>
<p>และด้วยธรรมชาติในการนอนแบบนี้ของผม จึงทำให้ทุกๆ ครั้งที่ผมพยายามจะนอน จะมีอุปสรรคอย่างหนึ่งคือเสียงนกที่มักจะร้องในช่วงหลังเที่ยงคืนถึงเช้ามืด</p>
<p>ผมมาทราบทีหลังครับว่า เสียงนกที่ผมได้ยิน มันชื่อนกตีทอง (เกิดจากเสียงร้องที่คล้ายๆ กับเสียงตีทอง)</p>
<p>เสียงของมันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งกับการนอนของผมในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับผมมันคือสิ่งที่น่ารำคาญที่ผมอยากจะกำจัดออกไปให้ได้เลยทีเดียว</p>
<p>พ่อผมเล่าว่า มันมาทำรังที่ต้นไม้บ้านผมได้สักพักแล้ว และตอนนี้มันก็มีลูกนกสองสามตัวที่เพิ่งฟักออกมาที่ต้องคอยเลี้ยง แน่นอนครับว่า มันยังบินไม่ได้</p>
<p>เช้านี้ที่ผ่านมาตอนที่ผมกำลังจะออกไปทำงานข้างนอก ผมเห็นต้นไม้บ้านผมต้นหนึ่งล้มลงมาพาดอยู่กับหลังคาโรงรถ คงเป็นเพราะพายุเมื่อคืนที่ผ่านมาแบบไม่มีใครคาดคิดนั่นเอง</p>
<p>และวันนี้เป็นครั้งแรกครับที่ผมได้ยินเสียงนกตีทองร้องในช่วงกลางวัน</p>
<p>ตอนนี้อุปสรรคในการนอนของผมคงไม่ใช่เสียงนกที่แสนน่ารำคาญอีกต่อไป</p>
<p><b>แต่คือเสียงแห่งความเศร้าของแม่นกพ่อนกที่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจ จนเกินกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้</b></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/a-sound-of-sorrow/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คิดถึงคืนวันใหม่ๆ [2]</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%86-2/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%86-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Mar 2007 19:26:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Eig</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/03/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%86-2/</guid>
		<description><![CDATA[สิ่งที่เกิดขึ้นและกำลังเกิดขึ้นเรื่อยๆ มันพาให้นึกถึง การ์ตูนเรื่อง Ghost in The Shell &#8230;วิทยาการที่พัฒนาล้ำ เข้ามาในร่างกายของเรามากขึ้นๆไม่ต้องพูดถึงแค่ Bionic Arm จากตอนที่แล้ว ที่แม้แต่เทียบกับแขนมนุษย์ธรรมดายังใช้การได้ไม่ดีเท่า ในวันนั้น แทบทุกส่วนของร่างกายเราสามารถถูกแทนที่ด้วยจักรกลที่ทรงประสิทธิภาพและผมคิดว่า วันที่ว่า จะต้องมาถึง จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าร่ายกายทุกส่วนของเราไม่เสื่อมสภาพอีกต่อไป และเปลี่ยนอะไหล่ได้เรื่อยๆจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราถ่ายโอนความรู้ได้เหมือนใน The Matrixจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าดวงตาของเราสามารถzoomเข้าออกได้ และมองทะลุเสื้อผ้าได้(ฮา&#8230;)จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าแม้แต่สมองที่ใช้ประมวลผลของเรา ยังสามารถให้จักรกลมาช่วยจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อวันที่ขอบเขตของ เทคโนโลยีเอื้อมมือเข้ามาถึงความรู้สึก นึกถึง ตัวตน และจิตใจของเรา ?วันนั้นจะเป็นคนที่เราพบว่า ที่แท้กลไกของชีวิต ก็ไม่ต่างจากจักรกลที่ซับซ้อน ? เพราะผมเชื่อแบบนี้ครับ จึงคิดว่า วันที่ว่า จะต้องมาถึงใช่ครับ ผมเชื่อว่า เราต่างคือจักรกล และ ผมเชื่อว่า มนุษย์เราเก่งพอที่จะสร้างจักรกลที่ซับซ้อนเทียบเท่าชีวิตได้ สำหรับผมเองที่เชื่อเช่นนี้ เมื่อมองจากมุมมองภายนอก ถึงแม้ทุกๆ ความรู้สึกจะเป็นกลไกที่คำนวณได้ และเจตจำนงเสรีไม่ได้มีอยู่จริง แต่เมื่อมองจากมุมมองภายในตัวเอง ความรู้สึกที่มีก็ยังเป็นของเราเอง ที่แม้จะรู้ด้วยสมองว่ามันเป็นกลไก แต่มันก็ไม่จำเป็นว่าเราจะเลิกดื่มด่ำกับความรู้สึก และเลิกมีความสุขนี่ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งที่เกิดขึ้นและกำลังเกิดขึ้นเรื่อยๆ มันพาให้นึกถึง การ์ตูนเรื่อง Ghost in The Shell  &#8230;วิทยาการที่พัฒนาล้ำ เข้ามาในร่างกายของเรามากขึ้นๆ<br />ไม่ต้องพูดถึงแค่ Bionic Arm จากตอนที่แล้ว ที่แม้แต่เทียบกับแขนมนุษย์ธรรมดายังใช้การได้ไม่ดีเท่า        ในวันนั้น แทบทุกส่วนของร่างกายเราสามารถถูกแทนที่ด้วยจักรกลที่ทรงประสิทธิภาพ<br />และผมคิดว่า วันที่ว่า จะต้องมาถึง</p>
<p>จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าร่ายกายทุกส่วนของเราไม่เสื่อมสภาพอีกต่อไป และเปลี่ยนอะไหล่ได้เรื่อยๆ<br />จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราถ่ายโอนความรู้ได้เหมือนใน The Matrix<br />จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าดวงตาของเราสามารถzoomเข้าออกได้ และมองทะลุเสื้อผ้าได้(ฮา&#8230;)<br />จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าแม้แต่สมองที่ใช้ประมวลผลของเรา ยังสามารถให้จักรกลมาช่วย<br />จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อวันที่ขอบเขตของ เทคโนโลยีเอื้อมมือเข้ามาถึงความรู้สึก นึกถึง ตัวตน และจิตใจของเรา ?<br />วันนั้นจะเป็นคนที่เราพบว่า ที่แท้กลไกของชีวิต ก็ไม่ต่างจากจักรกลที่ซับซ้อน ?</p>
<p>เพราะผมเชื่อแบบนี้ครับ จึงคิดว่า วันที่ว่า จะต้องมาถึง<br />ใช่ครับ ผมเชื่อว่า เราต่างคือจักรกล และ ผมเชื่อว่า มนุษย์เราเก่งพอที่จะสร้างจักรกลที่ซับซ้อนเทียบเท่าชีวิตได้</p>
<p>สำหรับผมเองที่เชื่อเช่นนี้ เมื่อมองจากมุมมองภายนอก ถึงแม้ทุกๆ ความรู้สึกจะเป็นกลไกที่คำนวณได้ และเจตจำนงเสรีไม่ได้มีอยู่จริง แต่เมื่อมองจากมุมมองภายในตัวเอง ความรู้สึกที่มีก็ยังเป็นของเราเอง ที่แม้จะรู้ด้วยสมองว่ามันเป็นกลไก แต่มันก็ไม่จำเป็นว่าเราจะเลิกดื่มด่ำกับความรู้สึก และเลิกมีความสุขนี่ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%86-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Still, love is all around.</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/still-love-is-all-around/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/still-love-is-all-around/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Feb 2007 21:04:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/02/still-love-is-all-around/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ได้โอกาสประจวบเหมาะ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือวันวาเลนไทน์ ผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็เป็นวันพิเศษวันหนึ่งที่คนไทยที่จำได้มากกว่าวันสำคัญอื่นๆ หลายๆ คนใช้วันนี้ในการแสดงออกซึ่งความรักต่างๆ ของขวัญ การ์ด ดอกไม้ หรือช็อกโกแลตได้ถูกจับจ่ายและหมุนเวียนในระบบมากมายมหาศาลในวันเพียงวันเดียว ในขณะที่คนอีกบางกลุ่มอาจจะรู้สึกต่อต้าน ด้วยความรู้สึกที่ว่าเป็นเพียงการผลักดันของโลกทุนนิยมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขายได้ในโอกาสพิเศษนี้ สำหรับผม ถึงแม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ที่หวือหวาในวันแห่งความรักนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้ต่อต้านหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ แต่มันก็เป็นวันหนึ่งที่ทำให้ผมเชื่อได้ว่า โลกนี้ยังมีความรักอยู่อย่างเหลือเฟือ พอที่จะแบ่งปันให้กับใครๆ ที่อยู่รอบตัวเราทุกๆ คน คุณพร้อมจะมอบให้กับพวกเขาหรือยัง?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ได้โอกาสประจวบเหมาะ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือวันวาเลนไทน์</p>
<p>ผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็เป็นวันพิเศษวันหนึ่งที่คนไทยที่จำได้มากกว่าวันสำคัญอื่นๆ</p>
<p>หลายๆ คนใช้วันนี้ในการแสดงออกซึ่งความรักต่างๆ ของขวัญ การ์ด ดอกไม้ หรือช็อกโกแลตได้ถูกจับจ่ายและหมุนเวียนในระบบมากมายมหาศาลในวันเพียงวันเดียว</p>
<p>ในขณะที่คนอีกบางกลุ่มอาจจะรู้สึกต่อต้าน ด้วยความรู้สึกที่ว่าเป็นเพียงการผลักดันของโลกทุนนิยมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขายได้ในโอกาสพิเศษนี้</p>
<p>สำหรับผม ถึงแม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ที่หวือหวาในวันแห่งความรักนี้สักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้ต่อต้านหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ</p>
<p>แต่มันก็เป็นวันหนึ่งที่ทำให้ผมเชื่อได้ว่า โลกนี้ยังมีความรักอยู่อย่างเหลือเฟือ พอที่จะแบ่งปันให้กับใครๆ ที่อยู่รอบตัวเราทุกๆ คน</p>
<p><b>คุณพร้อมจะมอบให้กับพวกเขาหรือยัง?</b></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/still-love-is-all-around/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Old &lt; New &lt; Old + New</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/old-new-old-new/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/old-new-old-new/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Feb 2007 16:59:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/02/old-new-old-new/</guid>
		<description><![CDATA[ผมปวดแขนครับ&#8230; จริงๆ เกิดจากการที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก แล้วอยู่ๆ วันนี้ก็ริจะดูดฝุ่นบ้าน (พอดีผมเพิ่งย้ายมาบ้านใหม่ได้สักพัก แต่ยังไม่อยู่ถาวรหรอกนะครับ) เพราะยังไม่มีใครจะมาทำงานบ้าน บวกกับที่เพิ่งซื้อเครื่องดูดฝุ่นซีเมนส์สีแดงน่ารักสดใสมาใหม่ ก็เลยไหนๆ ก็ไหนๆ ก็ดูดฝุ่นหน่อยแล้วกัน ผลคือ เหนื่อยครับ.. ปกติผมดูดฝุ่นอยู่แล้วพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะดูดแต่ในห้องตัวเอง ไม่เคยดูดทั้งบ้านขนาดนี้ แต่ระหว่างที่ดูดผมก็ได้ค้นพบอะไรบางอย่างว่า จริงๆ แล้วเครื่องดูดฝุ่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่าเสมอไป ผมกลับคิดว่าการ &#8220;กวาด&#8221; ที่แสนดั้งเดิมยังเหมาะสมกว่าในบางกรณี โดยเฉพาะในที่โล่งๆ กว้างๆ ผมคิดว่าการกวาดทั้งห้องมารวมกันแล้วค่อยใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด ง่ายกว่าการพยายามเอาหัวเครื่องดูดฝุ่น (ที่หนักกว่าไม้กวาดแน่ๆ) พยายามลากไปมาให้ทั่ว ในทางกลับกัน สำหรับซอกมุมต่างๆ หรือตามใต้ฟอร์นิเจอร์ต่างๆ การเอาหัวเครื่องดูดฝุ่นยืนไปดูดปุ๊บๆ กลับง่ายกว่ากันมาก เพราะแน่นอนว่ากว่าจะเอาไม้กวาดเขี่ยทุกอย่างออกมา หลังอาจจะหักก่อนได้ ผมค้นพบแล้วครับ ว่าการทำความสะอาดโดยการผสมผสานอุปกรณ์เก่าและใหม่อย่างลงตัวนั้น ทำให้งานต่างๆ ง่ายขึ้นมาก ไม่เหมือนกับการแต่งงาน หลายๆ คนมักลืมนึกว่า หลายๆ โอกาสในชีวิตเรามีโอกาสที่จะเลือกมากกว่าหนึ่ง ดังนั้นวันนี้ทำให้ผมได้ตระหนัก และอยากฝากบอกถึงทุกๆ คนว่า ของเก่าว่าเก๋า ของใหม่ได้ใจแต่เก่าบวกใหม่เก๋าได้ใจนะขอบอก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมปวดแขนครับ&#8230;</p>
<p>จริงๆ เกิดจากการที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ทำอะไรมาก แล้วอยู่ๆ วันนี้ก็ริจะดูดฝุ่นบ้าน (พอดีผมเพิ่งย้ายมาบ้านใหม่ได้สักพัก แต่ยังไม่อยู่ถาวรหรอกนะครับ) เพราะยังไม่มีใครจะมาทำงานบ้าน บวกกับที่เพิ่งซื้อเครื่องดูดฝุ่นซีเมนส์สีแดงน่ารักสดใสมาใหม่ ก็เลยไหนๆ ก็ไหนๆ ก็ดูดฝุ่นหน่อยแล้วกัน</p>
<p>ผลคือ เหนื่อยครับ.. ปกติผมดูดฝุ่นอยู่แล้วพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะดูดแต่ในห้องตัวเอง ไม่เคยดูดทั้งบ้านขนาดนี้</p>
<p>แต่ระหว่างที่ดูดผมก็ได้ค้นพบอะไรบางอย่างว่า จริงๆ แล้วเครื่องดูดฝุ่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่าเสมอไป ผมกลับคิดว่าการ &#8220;กวาด&#8221; ที่แสนดั้งเดิมยังเหมาะสมกว่าในบางกรณี โดยเฉพาะในที่โล่งๆ กว้างๆ ผมคิดว่าการกวาดทั้งห้องมารวมกันแล้วค่อยใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด ง่ายกว่าการพยายามเอาหัวเครื่องดูดฝุ่น (ที่หนักกว่าไม้กวาดแน่ๆ) พยายามลากไปมาให้ทั่ว</p>
<p>ในทางกลับกัน สำหรับซอกมุมต่างๆ หรือตามใต้ฟอร์นิเจอร์ต่างๆ การเอาหัวเครื่องดูดฝุ่นยืนไปดูดปุ๊บๆ กลับง่ายกว่ากันมาก เพราะแน่นอนว่ากว่าจะเอาไม้กวาดเขี่ยทุกอย่างออกมา หลังอาจจะหักก่อนได้</p>
<p>ผมค้นพบแล้วครับ ว่าการทำความสะอาดโดยการผสมผสานอุปกรณ์เก่าและใหม่อย่างลงตัวนั้น ทำให้งานต่างๆ ง่ายขึ้นมาก</p>
<p>ไม่เหมือนกับการแต่งงาน หลายๆ คนมักลืมนึกว่า หลายๆ โอกาสในชีวิตเรามีโอกาสที่จะเลือกมากกว่าหนึ่ง</p>
<p>ดังนั้นวันนี้ทำให้ผมได้ตระหนัก และอยากฝากบอกถึงทุกๆ คนว่า</p>
<p><b>ของเก่าว่าเก๋า ของใหม่ได้ใจ<br />แต่เก่าบวกใหม่เก๋าได้ใจนะขอบอก</b></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/old-new-old-new/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Introducing ICTFC4 &#8211; The whole new ICTFC</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/introducing-ictfc4-the-whole-new-ictfc/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/introducing-ictfc4-the-whole-new-ictfc/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2007 21:36:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/01/introducing-ictfc4-the-whole-new-ictfc/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อยากจะมาขอโปรโหมตค่ายฤดูร้อนของ Cubic Creative เสียน้อย ในปีนี้ (2007) ทาง Cubic Creative มีโปรเจคค่ายพักแรมทั้งสิ้น 3 ค่าย ได้แก่ค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4 (4th Cubic KUS Fun Camp), ค่ายเยาวชนไทย ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม ครั้งที่ 2 (2nd Cubic Innovator Camp) และค่ายเยาวชนไทย ก้าวไกลไปกับไอซีที ครั้งที่ 4 (4th Cubic ICT Fun Camp) ซึ่งค่ายที่ผมอยากจะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็คือลำดับสุดท้าย หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า ICTFC4 นั่นเองครับ ค่ายไอซีที (ขอเรียกย่อๆ แบบนี้นะครับ) ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2004 โดยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับโรงเรียนในโครงการนำร่องประยุกต์ใช้ไอซีที 5 โรงเรียน ซึ่งในครั้งนั้นทางทีมงาน Cubic [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้อยากจะมาขอโปรโหมตค่ายฤดูร้อนของ Cubic Creative เสียน้อย ในปีนี้ (2007) ทาง Cubic Creative มีโปรเจคค่ายพักแรมทั้งสิ้น 3 ค่าย ได้แก่<a href="http://www.cubiccreative.org/kusfuncamp4" target="_blank">ค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 4 (4<sup>th</sup> Cubic KUS Fun Camp)</a>, <a href="http://www.cubiccreative.org/innovator" target="_blank">ค่ายเยาวชนไทย ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม ครั้งที่ 2 (2<sup>nd</sup> Cubic Innovator Camp)</a> และ<a href ="http://www.cubiccreative.org/ictfuncamp" target="_blank">ค่ายเยาวชนไทย ก้าวไกลไปกับไอซีที ครั้งที่ 4 (4<sup>th</sup> Cubic ICT Fun Camp)</a> ซึ่งค่ายที่ผมอยากจะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็คือลำดับสุดท้าย หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า ICTFC4 นั่นเองครับ</p>
<p>ค่ายไอซีที (ขอเรียกย่อๆ แบบนี้นะครับ) ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2004 โดยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับโรงเรียนในโครงการนำร่องประยุกต์ใช้ไอซีที 5 โรงเรียน ซึ่งในครั้งนั้นทางทีมงาน Cubic Creative ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดกิจกรรมต่างๆ ภายในค่ายทั้งหมด ซึ่งค่ายก็ได้ดำเนินการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นับว่าเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ของ Cubic Creative จุดหนึ่งรองจากค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ ครั้งที่ 1 เลยทีเดียว</p>
<p>ดังนั้นในปีถัดมา ทางสำนักบริการคอมพิวเตอร์ฯ จึงได้มอบหมายให้ Cubic Creative เป็นผู้จัดกิจกรรมค่ายไอซีทีอีกครั้งหนึ่ง หากแต่เพียงคราวนี้ ชาวค่ายของเราได้จากการรับสมัครเยาวชนจากทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ จำนวน 60 คน ภายใต้ชื่อตอนว่า &#8220;ปฏิบัติการณ์อนิเมชั่นสุดขอบฟ้า&#8221; โดยเนื้อหาหลักของค่ายเกี่ยวกับการทำแฟลชอนิเมชั่นเป็นหลัก โดยได้สำเร็จไปได้ด้วยดีตามความคาดหมาย</p>
<p>สำหรับในครั้งที่ 3 หรือครั้งล่าสุดที่ผ่านมานั้น โครงการค่ายไอซีที ได้เป็นหนึ่งในโครงการ <a href="http://www.cubiccreative.org/summersupreme" target="_blank">Cubic Creative Summer Supreme~! 2006</a> โดยมีหัวข้อหลักของค่ายว่า &#8220;เมื่อคอมพิวเตอร์ปลดปล่อยพลังจินตนาการไร้ขีดจำกัด&#8221; โดยกิจกรรมภายในค่ายให้น้องๆ ได้ใช้คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์และจัดการดิจิตอลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง หรือวีดีโอออกมาเป็นผลงานที่สวยงาม ซึ่งผลงานของน้องๆ ก็บรรเจิดเกินความคาดหมายกันจริงๆ</p>
<p>และมาในปีนี้ ถึงแม้ว่าหัวข้อของค่าย &#8220;การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และเป็นระบบโดยประยุกต์การใช้ไอซีที&#8221; อาจจะดูธรรมดาและไม่แปลกแตกต่างเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เท่าไหร่ แต่ค่ายนี้ผมขอยืนยันนอนยันกับท่านผู้อ่านเลยครับว่า ค่ายครั้งนี้จะถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอันหนึ่งของ Cubic Creative เลยทีเดียว!</p>
<p>อันดับแรก ปีนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะเปลี่ยนแนวคิดของกิจกรรมค่ายไอซีทีจากรูปแบบของการอบรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนาน มาเป็นในรูปแบบของกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนานแทน ซึ่งเป็นการถอดรูปแบบจากค่ายสาธิต คิดสร้างสรรค์ กล่าวคือ จะไม่ใช่การอบรมให้น้องๆ ฝึกใช้โปรแกรมใดๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นการให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฝึกการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้ไอซีทีเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาต่างๆ นั่นเองครับ</p>
<p>ดังนั้นในครั้งนี้เมื่อน้องๆ ผ่านค่ายของเราไปแล้ว น้องๆ จะเข้าใจความหมายและขีดความสามารถของไอซีที ทำให้สามารถประยุกต์ใช้ไอซีทีเข้ามาใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตได้เหมาะสมและสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแต่ว่าใช้โปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งเป็นเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นจุดต่างที่สำคัญ และผมคิดว่าความสามารถนี้สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในสภาพโลกปัจจุบันที่มีซอฟท์แวร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ ดังนั้นการสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมพร้อมปรับตัวและเร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/introducing-ictfc4-the-whole-new-ictfc/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกี่ยวกับเส้นก๋วยเตี๋ยว</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2007 21:15:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Eig</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/01/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อ่านบทความบทหนึ่งเกี่ยวกับ เส้นก๋วยเตี๋ยว ทำให้ได้รู้ว่า&#8230; เส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีอยู่เกลื่อนโลก ทั้งอิตาลี(สปาเกตตี มะกะโรนี เส้นดำ) ญี่ปุ่น(ราโมง อุด้ง โซบะ) ไทย(เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บะหมี่) มีที่ไหนอีกหว่า&#8230; (เอ๊ะ ไม่เกลื่อนอย่างที่คิด พี่ป่านช่วยมาบอกด้วย มีที่ไหนอีก) โคตรบรมปู่เส้นก๋วยเตี๋ยว เหล่านี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่&#8230; (ให้เดา รับรองถูก) จีน! ถูกต้อง &#8221; &#8230;Institute of Tibetan Plateau Research(สถานบันไรไม่รู้เกี่ยวกับ ทิเบต-_-&#8221;) ได้รายงานว่า เขาได้พบไหที่ทำด้วยดินเผาใบหนึ่งที่เมือง Lajia ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีนและอยู่ใกล้ปลายแม่น้ำเหลือง &#8230;หลายใบที่ภายในมีเส้นก๋วยเตี๋ยว ไหเหล่านี้ฝังอยู่ใต้ดินที่ลึก 3 เมตร การวัดอายุของไหและของดินตะกอนในบริเวณนั้น แสดงว่า พื้นที่นี้ คือ แหล่งอาศัยของคนเมื่อ 4,000 ปีก่อน และเมื่อหมู่บ้านถูกน้ำท่วม และถูกแผ่นดินไหวถล่ม ผู้คนจึงอพยพทิ้งหมู่บ้านไปอย่างถาวร &#8230;เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 เซนติเมตร ยาว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้อ่านบทความบทหนึ่งเกี่ยวกับ เส้นก๋วยเตี๋ยว</p>
<p>       ทำให้ได้รู้ว่า&#8230;</p>
<p>       เส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีอยู่เกลื่อนโลก ทั้งอิตาลี(สปาเกตตี มะกะโรนี เส้นดำ) ญี่ปุ่น(ราโมง อุด้ง โซบะ) ไทย(เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บะหมี่) มีที่ไหนอีกหว่า&#8230; (เอ๊ะ ไม่เกลื่อนอย่างที่คิด พี่ป่านช่วยมาบอกด้วย มีที่ไหนอีก)</p>
<p>       โคตรบรมปู่เส้นก๋วยเตี๋ยว เหล่านี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่&#8230; (ให้เดา รับรองถูก)</p>
<p>       จีน! ถูกต้อง</p>
<p>        &#8221; &#8230;Institute of Tibetan Plateau Research(สถานบันไรไม่รู้เกี่ยวกับ ทิเบต-_-&#8221;) ได้รายงานว่า เขาได้พบไหที่ทำด้วยดินเผาใบหนึ่งที่เมือง Lajia ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีนและอยู่ใกล้ปลายแม่น้ำเหลือง</p>
<p>      &#8230;หลายใบที่ภายในมีเส้นก๋วยเตี๋ยว ไหเหล่านี้ฝังอยู่ใต้ดินที่ลึก 3 เมตร การวัดอายุของไหและของดินตะกอนในบริเวณนั้น แสดงว่า พื้นที่นี้ คือ แหล่งอาศัยของคนเมื่อ 4,000 ปีก่อน และเมื่อหมู่บ้านถูกน้ำท่วม และถูกแผ่นดินไหวถล่ม ผู้คนจึงอพยพทิ้งหมู่บ้านไปอย่างถาวร</p>
<p>      &#8230;เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร และมีสีเหลือง เพราะทำด้วยข้าวบาร์เลย์ (Hordeum) ข้าวสาลี (Triticum) และข้าวฟ่าง (Panicum) ซึ่งแสดงให้นักประวัติศาสตร์รู้ว่า คนจีนทำนาข้าวเหล่านี้เป็นตั้งแต่ 4,000 ปีก่อน &#8220;</p>
<p>      สี่พันปีก่อน&#8230; พระเจ้า&#8230; ผมว่าคนสมัยนั้นคิดทำมันขึ้นมาได้ ตอนนั้นคงจะมีเทพเสน่ห์ปลายจวักเข้าสิงแน่ๆเลย</p>
<p>       แต่นอกจากนี้ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ดูไม่ใช่เรื่องเอาซะเลย เกี่ยวกับเส้นก๋วยเตี๋ยว</p>
<p>       นั้นก็คือ นักฟิสิกส์เขาสงสัยว่า ทำไมเวลาเรางอเส้นสปาเกตตีจนแตกแล้ว มันไม่เคยจะหักครึ่งเป็น 2 ท่อนเลยสักครั้ง แต่จะหักเป็นหลายๆท่อนประมาณ 3 4 5 ท่อน พวกนักฟิสิกส์พวกนี้เค้าศึกษากันจริงจังเลยนะครับ</p>
<p>       ดูไม่ใช่เรื่องใช่ปะครับ แต่ว่าก็ไม่ใช่เล่นนะครับ</p>
<p>       เค้าบอกว่า เพราะธรรมชาติมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการแตกสลายเต็มไปหมด เช่น ภูเขาไฟระเบิด กระจกโดนก้อนหินแตก นิวเคลียสของอะตอมแตกตัวเมื่อถูกนิวตรอนพุ่งชน(ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นิวเคลียร์ฟิชชั่น ที่ทำให้เกิดระเบิดนิวเคลียร์) พลุ ฯลฯ</p>
<p>        &#8220;ถ้าเรารู้ว่าอะไรทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้แตกตัว และกระบวนการแตกแยกนั้นเกิดได้อย่างไร เราก็จะสามารถรู้วิธีทำให้มันไม่แตกสลายได้ &#8230;ณ วันนี้ วิทยาศาสตร์ของการแตกสลาย (fragmentation science) กำลังเป็นศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นมาก&#8221;</p>
<p>       ดังนั้นจึงเริ่มศึกษาจากอะไรง่ายๆก่อนครับ นั้นคือเส้นสปาเกตตีนี้เอง</p>
<p>       แต่ที่น่าแปลกก็คือ ปัญหาเส้นสปาเกตตีนี้ แม้จะผ่านมือนักฟิสิกส์ที่เก่งกาจอยู่หลายคน พวกเขาก็ไม่สามารถพิชิตมันได้</p>
<p>       หนึ่งในนักฟิสิกส์ผู้โด่งดังที่สนใจปัญหาเส้นสปาเกตตีนี้ ก็คือ ริชาร์ด เฟย์นแมน (Richard P. Feynman) ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ที่ถือว่าเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในโลกแล้วสำหรับนักฟิสิกส์ เฟย์นแมนนั้นพยายามให้เวลาทุกๆเย็นสำหรับพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แต่ก็คิดไม่ออก</p>
<p>       ที่จริง เฟย์นแมน คนนี้เจ๋งมาก เป็นนักฟิสิกส์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ ควาร์ก(ส่วนย่อยเข้าไปอีกที่ทำให้เกิดโปรตอน นิวตรอน)และซูเปอร์ฟลูอิดิตี้(อะไรก็ไม่รู้) ส่วนที่งานที่สำคัญ<br />ที่ผมเองก็รู้จัก ก็คือเขาเป็นคนคิดวิธีรวมแรง แม่เหล็กไฟฟ้าเข้ากับนิวเคลียร์แบบอ่อนได้ ซึ่งก็เป็นงานที่ทำให้เขาได้รางวัลโนเบลนี้เอง</p>
<p>       เท่าที่อ่านผ่านๆมา เป้าหมายของฟิสิกส์ในปัจจุบันนั้น มันก็คือการสร้างทฤษฎีที่สามารถอธิบายเพื่อรวมแรงพื้นฐาน 4 อย่างให้ถือเ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%8b%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Rebirth</title>
		<link>http://cubiccreative.org/blog/2007/rebirth/</link>
		<comments>http://cubiccreative.org/blog/2007/rebirth/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Jan 2007 18:49:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Zerothman</dc:creator>
				<category><![CDATA[Old Blogs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cubiccreative.org/cubicdiary/index.php/2007/01/rebirth/</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ ก่อนอื่นคงต้องขออภัยทุกๆ ท่านที่ Cubic Blog ได้หายหน้าหายตาไปนาน จริงๆ แล้วก็คงจะไม่โยนความผิดไปที่ใครแต่ก็คงเป็นพวกเรากันเอง ซึ่งผมคงจะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้นะครับ วันนี้เนื่องในโอกาสที่ Cubic Blog กลับมาใหม่อย่างสมบูรณ์หลังจากหายหน้าหายตาไปตลอด 1 ปีเต็ม ผมจึงจะขอใช้หัวข้อในครั้งนี้ว่า &#8220;Rebirth&#8221; หรือการเกิดใหม่สักหน่อยนะครับ จริงๆ แล้วเราคงจะไม่ได้พูดถึงการกลับชาติมาเกิดหรืออะไรทำนองนี้หรอกนะครับ แต่ที่ผมอยากจะพูดในวันนี้คงจะหมายถึง &#8220;การเริ่มต้นใหม่&#8221; เสียมากกว่า ในชีวิตคนเรา หลายๆ ครั้งที่เรามักจะบอกกับตัวเองว่า ชีวิตเราได้เริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว ซึ่งการที่เราจะบอกว่าเราได้เริ่มต้นใหม่นั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเรากำจัดสิ่งเก่าๆ ออกไป ก็คงหมายถึงการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต โดยที่หวังว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งสิ้นเหล่านี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเราและคนรอบข้างให้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าหลายๆ ครั้งการเริ่มต้นใหม่อาจหมายถึงการที่เราต้องสูญเสียอะไรบางอย่างทั้งหลายทั้งสิ้นที่เราเคยสั่งสมมาก็ตาม แต่คนก็ยังเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่าอยากลองสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต หรือแค่เพียงเพราะสิ่งเก่าๆ นั้นยุ่งเหยิงเกินกว่าจะแก้ไขหรือดำเนินต่อเสียแล้ว ผมจึงอยากจะฝากถึงทุกๆ คนว่า อย่ากลัวการสิ้นสุดหรือการเริ่มต้นใหม่เลยครับ เรามามองหาโอกาสของมันอย่างชาญฉลาดกันดีกว่า และที่สำคัญที่สุด.. คงไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จีรังยั่งยืนไปตลอดกาล แม้ว่าเราจะพยายามรักษามันไว้แค่ไหนก็ตาม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ ก่อนอื่นคงต้องขออภัยทุกๆ ท่านที่ Cubic Blog ได้หายหน้าหายตาไปนาน จริงๆ แล้วก็คงจะไม่โยนความผิดไปที่ใครแต่ก็คงเป็นพวกเรากันเอง ซึ่งผมคงจะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้นะครับ</p>
<p>วันนี้เนื่องในโอกาสที่ Cubic Blog กลับมาใหม่อย่างสมบูรณ์หลังจากหายหน้าหายตาไปตลอด 1 ปีเต็ม ผมจึงจะขอใช้หัวข้อในครั้งนี้ว่า &#8220;Rebirth&#8221; หรือการเกิดใหม่สักหน่อยนะครับ</p>
<p>จริงๆ แล้วเราคงจะไม่ได้พูดถึงการกลับชาติมาเกิดหรืออะไรทำนองนี้หรอกนะครับ แต่ที่ผมอยากจะพูดในวันนี้คงจะหมายถึง &#8220;การเริ่มต้นใหม่&#8221; เสียมากกว่า</p>
<p>ในชีวิตคนเรา หลายๆ ครั้งที่เรามักจะบอกกับตัวเองว่า ชีวิตเราได้เริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว ซึ่งการที่เราจะบอกว่าเราได้เริ่มต้นใหม่นั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเรากำจัดสิ่งเก่าๆ ออกไป ก็คงหมายถึงการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต โดยที่หวังว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งสิ้นเหล่านี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเราและคนรอบข้างให้ดีขึ้น</p>
<p>ถึงแม้ว่าหลายๆ ครั้งการเริ่มต้นใหม่อาจหมายถึงการที่เราต้องสูญเสียอะไรบางอย่างทั้งหลายทั้งสิ้นที่เราเคยสั่งสมมาก็ตาม แต่คนก็ยังเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่าอยากลองสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต หรือแค่เพียงเพราะสิ่งเก่าๆ นั้นยุ่งเหยิงเกินกว่าจะแก้ไขหรือดำเนินต่อเสียแล้ว</p>
<p>ผมจึงอยากจะฝากถึงทุกๆ คนว่า อย่ากลัวการสิ้นสุดหรือการเริ่มต้นใหม่เลยครับ เรามามองหาโอกาสของมันอย่างชาญฉลาดกันดีกว่า</p>
<p><b>และที่สำคัญที่สุด.. คงไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จีรังยั่งยืนไปตลอดกาล แม้ว่าเราจะพยายามรักษามันไว้แค่ไหนก็ตาม</b></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cubiccreative.org/blog/2007/rebirth/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

