That Rock

In: Cubic Blog  By: Zerothman

13 Mar 2011

ช่วงนี้เองผมได้มีโอกาสกลับมาทำงานค่ายอีกครั้ง ในรอบนี้เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสได้จัดกิจกรรมให้กับน้องถึง 200 คน ซึ่งในการทำค่ายระดับนี้ ก็แน่นอนว่าต้องมีทีมงานเป็นจำนวนมากกว่าเดิมกว่าที่เคยทำมาเยอะพอสมควร อย่างน้อยแค่พี่เลี้ยงเองก็ 40 คนเข้าไปแล้ว ก็นับว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่อยู่เหมือนกัน

แต่อย่างหนึ่งที่คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับผมเท่าไหร่ และก็เริ่มเกิดขึ้นในบรรยากาศการทำงานของผมในช่วงวันสองวันที่ผ่านมานี้แล้ว คือบรรยากาศที่คนทำงานเริ่มมีการบ่นถึงความหงุดหงิดรำคาญใจที่มีต่อการทำงานหรือการกระทำต่างๆ ของผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ที่คงจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่มีอยู่ทั่วไปบนโลกใบนี้

ผมเองถึงจะไม่กล้าพูดมากว่ามีประสบการณ์อย่างโชกโชน แต่ตลอดการทำงานในช่วงระยะเวลาเกือบ 8 ปี ณ ที่แห่งนี้ ก็คงต้องผ่านอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ มาไม่น้อย ด้วยความที่เป็นคนที่ค่อนข้างจุกจิกในรายละเอียดต่างๆ ในการทำงาน การกระทำต่างๆ ของบุคคลรอบตัวจึงจะดูขวางหูขวางตาไปเสียหมดเมื่อมันไม่เป็นอย่างใจ ในเริ่มแรกเองผมก็หงุดหงิดและเกรี้ยวกราดกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ใครที่อยู่กับผมมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกก็น่าจะนึกภาพออก

แต่สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือความหงุดหงิดใจเหล่านั้นเป็นพิษร้ายที่นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แล้ว ยังบั่นทอนจิตใจทั้งของเราเอง ผู้ร่วมงาน จนลามไปถึงการบั่นทอนตัวชิ้นงานที่เราต้องรับผิดชอบไปเสียด้วยซ้ำ การที่เราหงุดหงิดใจ มันไม่ได้แก้ปัญหานั้นๆ ให้หายไปได้เลย เพราะเจ้าตัวที่ก่อความรำคาญใจให้เรา ก็คงไม่มีวันรู้ว่าเราหงุดหงิดใจกับการกระทำของเขา และต่อให้เขารู้ ก็ใช่ว่าเขาจะสามารถแก้ไขมันให้ตรงใจเราได้ แม้ว่าเขาจะพยายามก็ตาม ใจเขาใจเรา ใครจะไปถูกใจใครได้เสียหมด? ถึงทำอย่างหนึ่งถูกใจใคร ก็คงไปขวางหูขวางตาใครอีกคนอยู่ดี

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ และควรจะกระทำหากมันใช่เรื่องใช่หน้าที่ของเรา คือการบอกคนๆ นั้นอย่างตรงไปตรงมา ผมไม่เชื่อว่าในโลกนี้ จะมีใครที่ตั้งใจที่จะทำตัวให้คนอื่นหงุดหงิดรำคาญใจ หรือตั้งใจที่จะทำงานให้มันแย่อยู่แล้ว การที่เขาได้รู้ว่าเราคิดอย่างไร อย่างน้อยเป็นข้อมูลให้เขาเองได้พิจารณาว่า เขาควรจะปรับจะแก้การทำงานหรือการกระทำของเขาอย่างไร เพราะหากเป็นผมเอง ก็คงคาดหวังให้คนอื่นทำเช่นนั้น

แต่แน่นอนว่า ทุกคนก็อาจไม่สามารถทำตามดั่งใจเราได้ อาจด้วยเหตุเพราะเขาทำไม่ได้จริงๆ หรือเพราะเขาไม่ได้เห็นด้วยกับเหตุและผลของเรา การยึดในหลักที่ว่าไม่มีใครอยากทำตัวแย่ และพยายามมองหาจุดดีๆ ในตัวเขาให้เจอ ก็ทำให้เราสบายใจขึ้นได้มากโข ผมพบว่า ทุกครั้งที่เรามองคนแย่ๆ อย่างตั้งใจและปราศจากอคติ เราจะเห็นสิ่งที่ดีงามในตัวเขาเสมอ และหากเราอยู่ในจุดที่สามารถปรับสามารถแก้อะไรได้ เราก็จะเรียนรู้ได้ชัดเจนขึ้นว่า คนๆ นี้เหมาะหรือไม่เหมาะกับอะไร และเขาควรที่จะอยู่ในจุดไหนของงานในอนาคต

ผมพบว่า การปรับจิตใจของเรานั้น มันง่ายดายกว่าการไปเปลี่ยนคนอื่นเสียมาก และสุดท้ายคนที่จะเป็นสุขก็คือเรา เพราะความทุกข์นั้นมันอยู่ในใจเราเอง ไม่ได้ไปกระเด็นกระดอนให้เจ้าตัวได้เดือดร้อนแต่ประการใด

จะกำก้อนหินก้อนนั้นไว้ทำไมกัน?

4 Responses to That Rock

Avatar

npop

March 14th, 2011 at 12:05 am

รับทราบครับ

Avatar

ก้อน

March 14th, 2011 at 9:09 am

เห็นด้วยกับการพูดคุยแบบตรงไปตรงมาครับ

ว่าแต่อันนี้ค่ายไหนอ่ะฮะ?

Avatar

PaNuZ

March 14th, 2011 at 11:57 pm

ค่าย MICT ครับ จัดที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร มธ. ครับพี่ก้อน

Avatar

ถูกจิต ถูกใจ « Zerothman

March 18th, 2011 at 6:48 pm

[...] ผมโพสท์บล็อก That Rock บน Cubic Blog ไป เนื้อหาหลักๆ [...]

Comment Form

Welcome!

ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก

นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา

คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)

ทวีทล่าสุดจาก Kupo

ทวีทล่าสุดจากสมาชิกคิวบิกฯ

more...