creativeideasdrivetheworld.
In: Cubic Blog By: Zerothman
9 Jun 2010อาจจะหลงกระแสไปสักหน่อย แต่เรื่องนี้ ผมคิดว่าอีกไม่นานก็คงมีประเด็นให้ถกเถียงกันอีก
ช่วงความร้อนแรงทางการเมืองที่ผ่านมา อีกหนึ่งประเด็นที่หลายๆ คนในสังคมพูดถึง นั่นคือเรื่องของความเป็นกลางของสื่อ
โดยส่วนตัวผมเอง ในฐานะที่มีประสบการณ์ในการทำงานสื่อมาบ้าง (เป็นนักเขียนใน Blognone) ก็พอจะเข้าใจอยู่ลึกๆ ว่า แม้ว่าสื่อจะพยายามทำตัวให้เป็นกลางแค่ไหน สื่อก็ไม่มีวันเป็นกลางได้
เหตุผลง่ายๆ เพราะทุกเนื้อหา ทุกข้อความ เมื่อมันถูก “ส่งต่อ” ไม่ว่าด้วยการเขียน การเล่า ถ่ายภาพ หรือวีดีโอ ล้วนแล้วแต่ต้องถูกบิดเบือนทั้งสิ้น แม้ว่าผู้ถ่ายทอดจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
ประการแรก นั่นคือเรื่องของภาษา ภาษาเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน และผูกพันกับจิตใจของมนุษย์อย่างมากกว่าที่ใครหลายคนคิดไว้ ในภาษาเดียวกัน คนที่แตกต่างกันย่อมไม่สามารถรับรู้สิ่งที่ต้องการถ่ายทอดนี้ได้เหมือนกันซะทีเดียว หลายๆ ครั้งอารมณ์อาจถูกบรรจุไปกับภาษาโดยที่เราไม่รู้ตัว หรือคนรับตีความอารมณ์เหล่านี้ผิดแผกไปก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอารมณ์นี้เองเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าใครมีความคิดอย่างไร และตัดสินว่าอะไรดีไม่ดีอย่างไร บางคนอาจรู้สึกถูกตัดสินด้วยอารมณ์ที่แทรกอยู่ในภาษา จนนำไปสู่ความรู้สึกที่ว่า “ข่าวนี้ไม่เป็นกลาง” เช่นข่าวนักเรียนเครียดจนเผาห้องสมุดพร้อมยอมรับว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ ในจุดนี้บางคนอาจจะรู้สึกถึงอารมณ์ที่อยู่ในคำว่า “พฤติกรรมเลียนแบบ” ว่าตั้งใจจะโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ แต่อันที่จริงแล้วข่าวนี้อาจจะถูกถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่ผู้นำเสนอไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ เพราะเด็กคนดังกล่าวก็ให้สัมภาษณ์เช่นนั้นจริงๆ เป็นต้น
ประการที่สอง การนำเสนอนั้นถูกตัดทอนเสมอ ด้วยเนื้อหา พื้นที่ และเวลาที่จำกัดของทั้งผู้นำเสนอและผู้รับข้อมูลข่าวสาร เกือบทุกครั้งที่ข้อมูลจะถูกตัดทอน และย่นย่อเพื่อให้พอเหมาะกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรเหล่านี้ แต่ปัญหาก็คือ ข้อมูลเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ ไม่สามารถสะท้อนถึงความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ ในขณะที่ผู้รับข้อมูลเอง ก็จะมีกลไกอัตโนมัติในการสร้างข้อมูลส่วนที่หายไปในสมอง โดยอิงจากข้อมูลส่วนที่มีอยู่ ผมยกตัวอย่างเช่น @abandonphuwan อาจจะกำลังทำงานอยู่ แต่มีจังหวะหนึ่งเพียงแค่ไม่กี่นาทีที่แว้บไปเปิดดูเว็บเล่น แล้วคุณแม่ก็บังเอิญเดินเข้ามาดูพอดี ในจังหวะนี้เองคุณแม่เมื่อได้รับข้อมูลว่า ณ ปัจจุบันคุณลูกกำลังเปิดเว็บไร้สาระอยู่ ก็จะ “สร้าง” ข้อมูลส่วนที่หายไปโดยอิงจากส่วนที่มีอยู่โดยอัตโนมัติว่า ตั้งแต่ลูกมาใช้คอมฯ ก็เล่นเว็บไร้สาระตลอดเลย แม้ว่าจริงๆ แล้วระหว่างนั้นเขาอาจจะทำงานมาตลอดจริงๆ ก็ได้
ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่า แม้สื่อจะพยายามเป็นกลางแค่ไหน แต่สื่อจะไม่มีวันเป็นกลาง
เราทุกคนคงเคยชินกับข้อกล่าวหาหลายๆ ครั้งที่ระบุว่า “สื่อต้องมีจรรยาบรรณ”
จรรยาบรรณ เป็นข้อกำหนดที่มักควบคู่กับวิชาชีพที่มี “พลังพิเศษ” บางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของกฎเกณฑ์ในสังคม เช่นจรรยาบรรณแพทย์ที่อาจจะไม่สามารถโฆษณายายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งให้กับผู้ป่วยได้เป็นพิเศษ แต่ในความเป็นจริงแพทย์นั้นก็มี “พลัง” ที่จะทำเช่นนั้นได้ โดยไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ที่จะห้ามได้อย่างชัดเจน
หากพูดง่ายๆ คงต้องอ้างคำพูดเท่ห์ๆ ของสไปเดอร์แมนว่า
“With great power comes great responsibility.”
แน่นอนว่าสื่อมีพลังพิเศษบางอย่าง ที่จะโน้มน้าวผู้ฟังให้คิดคล้อยตามไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จึงเป็นเรื่องที่อาจจะเหมาะสมอยู่แล้วที่วิชาชีพสื่อจะต้องมีจรรยาบรรณเป็นข้อห้ามทางจิตใจควบคุมไว้อีกต่อหนึ่ง
แต่คำถามที่สำคัญ ณ เวลานี้คือ “ใครคือสื่อ?”
ในโลกของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทุกคนกลายเป็นสื่อจำเป็นโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อความคิดของเราถูกถ่ายทอดออกไปบนเครือข่ายสังคม ความคิดของเราย่อมมีผลต่อความคิดของผู้อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แน่นอนว่า เกือบทุกคนที่ทำหน้าที่สื่อจำเป็นนี้ คงน้อยคนนักที่จะคิดว่าเราต้องมี “จรรยาบรรณ”
บางคนอาจโยนความรับผิดชอบนี้ให้กับผู้รับสื่อ ว่าจะต้องเลือกรับข่าวสารที่เหมาะสมให้ได้ แต่ในอดีตที่ผ่านมา เราคงเห็นแล้วว่า สิ่งนี้ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะแต่ละคนก็มีความเชื่อและความคาดหวังที่แตกต่างกัน ที่ทำให้การรับรู้ข้อมูลต่างๆ นั้นแตกต่างไปด้วย แม้ว่าผู้รับสื่อจะพยายามรับสื่ออย่างฉลาดแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่มีวันที่จะรับความจริงได้ทั้งหมด
หากดูในภาพรวมแล้ว คงไม่ใช่หน้าที่ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะแก้ปัญหาวงจรอุบาทว์แห่งข้อมูลข่าวสารนี้ได้
การผลักความรับผิดชอบให้สื่อ หรือให้ผู้รับสื่อ ก็คงไม่ใช่ทางออกเช่นกัน
แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี?
ผมก็ไม่มีคำตอบครับ
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)
7 Responses to หน้าที่สื่อ…หรือหน้าที่ใคร?
Gon
June 9th, 2010 at 2:03 am
When someone said that the media who declare that they take side, it’s better than the media who take side without saying it explicitly.
I don’t agree that idea, if the media take side, it still has responsibility. I don’t think if they take side they can report ‘whatever’ (even it’ not true).
Agree with you that จรรยาบรรณ is the important thing. However, the definition of that word is still not clear for me.
Chayanin
June 9th, 2010 at 11:45 am
คุ้นๆ ว่าเหมือนเคยเถียงๆ อะไรสักอย่างกับพี่ก้อนเมื่อนานมาแล้ว
คือจริงๆ ถ้าเราลองอ่านหน้าวิกิพีเดียภาษาอังกฤษของหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ เราจะเห็นว่า แทบทุกฉบับ มันจะพูดถึง stance หรือ political alignment อยู่แทบทุกอัน
ค่อนข้างเห็นด้วยกับพี่ก้อนว่า ถึงสื่อจะ take side ยังไง ก็ไม่น่าจะไปถึงขั้นสามารถเขียนเรื่องที่ไม่จริงขึ้นมาเป็นข่าวได้ แต่การควบคุม จะใช้ระบบไหน จะเป็นระบบรัฐ หรือจะควบคุมกันเองในตลาด ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องเถียงกันยาวๆ
แต่การมีข้าง (ซึ่งยังไง คนที่ทำสื่อนั้นๆ ก็คงต้องมีความเชื่อของตัวเองบางอย่าง แม้แต่การไม่มี “ข้าง” ใดๆ เลย ก็เป็นข้างอย่างหนึ่ง) มันก็ออกมาหลายๆ ทาง เรื่องภาษาที่นัทพูดก็อันนึง หรืออย่างบทบรรณาธิการก็เป็นมาตรฐานในการวัดแนวคิดของสื่อหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ การเลือกข่าวที่จะลง (เพราะไม่ใช่ทุกสื่อที่สามารถนำเสนอได้ทุกข่าว) เลือกมุมของการนำเสนอข่าว พวกนี้มันก็เป็นผลมาจากแนวคิดทั้งนั้นอีกนั่นแหละ
นึกถึงเคสของ CNN กับ Al Jazeera (และอาจจะเทียบไปถึง BBC World) กรณี coverage เกี่ยวกับสงครามอิรัก
Gon
June 9th, 2010 at 11:01 pm
คุ้นๆ ว่าเหมือนเคยเถียงๆ อะไรสักอย่างกับพี่ก้อนเมื่อนานมาแล้ว
>>> errr, Jum mai dai laew …
isn’t it this blog?
http://masathakus26.spaces.live.com/blog/cns!C45882D41EB2C38D!3073.entry
Gon
June 9th, 2010 at 11:02 pm
http://tinyurl.com/2cjsvkk
post mai tid.
Gon
June 9th, 2010 at 11:06 pm
แต่การควบคุม จะใช้ระบบไหน จะเป็นระบบรัฐ หรือจะควบคุมกันเองในตลาด ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องเถียงกันยาวๆ
I think both have problem
ระบบรัฐ >>> People don’t agree, right? as you can see when the gov. use emergency decree to block or close any website (such as Prachatai).
ควบคุมกันเอง >>> Not effective, right? it’s almost = no control. You can see a lot of lies/untruth in several websites (the problem is that even we don’t know it’s true or not)
Really hard question.
Paul_012
June 11th, 2010 at 3:19 pm
เห็นจำนวน clean-up tags บนหัวบทความ http://en.wikipedia.org/wiki/Profession แล้วหมดแรงจะอ่านต่อ…
ตอนแรกกำลังคิดถึงประเด็นเรื่องความเป็นวิชาชีพของอาชีพสื่อมวลชน
*เท่
*ปัจจุบันเห็นว่ามักนิยมใช้ “จริยธรรมวิชาชีพ” มากกว่า “จรรยาบรรณ” ถ้าไม่ได้หมายถึงสื่อมวลชน
Paul_012
June 11th, 2010 at 3:21 pm
อีกประเด็นที่นึกถึงอยู่คือผลของความเป็นสังคมไม่อุดมปัญญาต่อการรับสารจากสื่อ