creativeideasdrivetheworld.
In: Cubic Research Group By: Chayanin
28 Jun 2009เมื่อประมาณเกือบสองสัปดาห์ก่อน N. Gregory Mankiw เขียนเอนทรีสั้นๆ ในบล็อกของเขา ตั้งหัวเรื่องว่า Why I write textbooks (เหตุผลที่ผมเขียนหนังสือเรียน)
*สำหรับคนจำนวนมากที่อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน แมนคิวเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์อยู่ที่ฮาร์วาร์ด และที่สำคัญ เป็นผู้เขียนหนังสือเรียน Principles of Economics ซึ่งเป็นหนังสือเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ขายดีมากเล่มหนึ่ง (เป็นหนังสือเรียนเศรษฐศาสตร์ภาษาอังกฤษเล่มแรกที่ผมเริ่มอ่านตอนม.ปลาย)
ในเอนทรีนี้ มีประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว เขียนว่า
Because there are people like Trevor Burnham.
เพราะมีคนอย่างเทรเวอร์ เบอร์นัม
หน้าที่แมนคิวโยงไปหานั้น เป็นหน้า customer review ของเว็บไซต์แอมะซอนครับ คนที่ชื่อเทรเวอร์ เบอร์นัมมาเขียนรีวิวหนังสือเรียนที่แมนคิวเขียน โดยขึ้นต้นว่า
This was the textbook (in an earlier edition) that introduced me to economics back in high school. I decided to take the AP exam in the subject, even though my school offered no such course. Between this text and a test prep book, I was able to ace the exams; but more importantly, I was immersed in a subject so fascinating that I’m now studying it as a PhD student.
หนังสือเรียนเล่มนี้ (ในฉบับก่อนๆ) ทำให้ผมได้รู้จักกับเศรษฐศาสตร์เมื่อสมัยผมอยู่ม.ปลาย ผมตัดสินใจสอบ AP ในวิชานี้ทั้งที่โรงเรียนผมไม่เปิดสอน ด้วยหนังสือเรียนเล่มนี้กับหนังสือเตรียมสอบ ผมสามารถทำข้อสอบได้ดีมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้น ผมหมกมุ่นในวิชาอันน่าหลงใหลจนผมกำลังศึกษาวิชานี้ในระดับปริญญาเอก
*AP หรือ Advance Placement ในระบบการศึกษาของสหรัฐ เป็นการเรียนวิชาระดับมหาวิทยาลัยในการเรียนม.ปลาย โดยมีการจัดสอบกลาง และสามารถนำคะแนนไปขอเครดิตในมหาวิทยาลัยได้
สิ่งที่แมนคิวและเบอร์นัมเขียนนี้ ทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่พี่ณัชเคยเขียนถึงใน Cubic Diary ตอนที่กำลังจะเริ่มทำนิทรรศการวิทยาศาสตร์ครั้งแรก
เวลาเหล่านั้น เราจะให้ความรู้เขาได้สักเท่าไหร่เชียว?
ทำไม เราไม่ทำให้พวกเขา “ตื่นเต้น” กับวิทยาศาสตร์ จนทำให้เกิดความ “สนใจ” และใช้เวลาที่มีอีกมากมายทั้งชีวิต เพื่อหาความรู้ตามความสนใจของตนเอง
เทรเวอร์ เบอร์นัม เป็นบุคคลที่สะท้อนแนวคิดนี้ออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะหนังสือเรียน Principles of Economics ของแมนคิวนั้น เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่ค่อนข้างจะเบื้องต้นหรือ introductory ละเอียดไม่พอสำหรับนักศึกษาเมเจอร์เศรษฐศาสตร์ปีหนึ่งด้วยซ้ำ (อย่างน้อยเพื่อนผมส่วนใหญ่ก็คิดแบบนั้น) แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นความสนใจที่ดึงคนคนหนึ่ง ไปเรียนต่อถึงระดับปริญญาเอก
ผมไม่รู้ว่า แต่ละคนที่เลือกเรียนในแต่ละสาขานั้น มีแรงบันดาลใจหรือแรงกระตุ้นอะไรบ้าง ที่ทำให้เขาเลือกเรียนทางนั้น แต่ผมเชื่อว่า มีหลายๆ คนที่เข้าเรียนและเรียนไปจนจบ โดยไม่ได้พบแรงบันดาลใจนี้เลยก็ได้
คำบ่นเกี่ยวกับระบบการศึกษาไทย เรื่องสอนกันเรียนกันแต่เนื้อหามากมาย ก็เป็นสิ่งที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง คนก็พูดกันมากมาย เรื่อง เน้นเรียนอย่างสนุกสนาน เรียนไม่เน้นท่องจำ เรียนเอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้รู้สึกว่า เป็นการศึกษาสมัยใหม่ แต่แนวโน้มที่ผมเห็นก็ยังเป็นเนื้อหาที่ลดอายุลงไปเรื่อยๆ (ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยเห็นสมการ F=ma ตอนป.ห้า) และผู้ปกครองจำนวนมากที่อยากให้ลูกได้เรียนเนื้อหาเยอะๆ แน่นๆ
คนหลายๆ คนโชคดีมีโอกาสได้พบแรงกระตุ้น แต่หลายๆ คนอาจพ้นไปจากระบบการศึกษาโดยไม่เจอะเจออะไรเหล่านี้เลย เป็นไปได้ไหม ที่ระบบการศึกษาจะช่วยให้เราค้นพบสิ่งเหล่านี้ได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ผมก็อยากจะกระทุ้งอีกสักรอบว่า บางที ในการศึกษาระยะเริ่มต้น (อย่างประถมศึกษา อาจรวมถึงมัธยมศึกษา) เนื้อหาที่เราพยายามจะสอน อาจจะไม่มีค่าเท่าการสอนให้เรียนรู้เป็น และสร้างความกระหายที่จะเรียนรู้ก็ได้
และถ้าจะให้บอกอย่างเท่ๆ เหมือนแมนคิวว่า ทำไมถึงได้อยู่คิวบิกครีเอทีฟ ผมก็คงจะบอกว่า เพราะมีคนที่ยังต้องการ “ความอยากที่จะเรียนรู้” อยู่ครับ
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)
4 Responses to Why I work at Cubic Creative
ก้อน
June 28th, 2009 at 9:48 pm
เพราะวิทยาการใหม่ ๆ มันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เราควรจะเอาอะไรมาวัด หรือ ตัดสินว่า
รู้เท่านี้ก็พอแล้ว? ดี
Zerothman
June 29th, 2009 at 1:54 am
ประเด็นเรื่องว่านักเรียนควรจะเรียนรู้แค่ไหน ผมก็พอมีทรรศนะเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน ไว้ผมจะมาเขียนดูบ้างครับ
Weekij
June 29th, 2009 at 3:35 am
หรือแย่กว่านั้นคือเข้าเรียนเพราะมีแรงบันดาลใจ แต่เสียมันไปเมื่อได้เรียนจนจบแล้ว
เรื่องที่ให้มีแรงบันดาลใจไปเรียนเองนี่เห็นด้วยว่าสำคัญ
ที่เราควรสอนคือสอนวิธีเรียนรู้มากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วเราไม่ทราบว่าในอนาคตจะต้องใช้ความรู้อะไร
ถึงเวลาก็ต้องเรียนรู้สิ่งที่ต้องใช้เองให้ได้
]:DREAMER:[
June 29th, 2009 at 10:03 pm
ผมยังสงสัยว่า ระบบการศึกษาไทย ต้องการอนาคตของชาติแบบไหน?
รู้สึกว่าตอนนี้มันเหมือน’โรงงานผลิตหุ่นยนต์มือสอง’จังเลยครับ