creativeideasdrivetheworld.
In: Cubic Blog By: Zerothman
14 Oct 2009I’m walking toward a great fairy-tale castle and I wonder how beautiful it is inside. When I reach the front door and open it, the castle collapses to dust on my very own eyes. Only these dark mists of disappointment and I at the world’s end now…
ขณะนี้ผมกำลังร่วมโครงการค่ายพัฒนาจริยธรรมหลุยส์ มารี ครั้งที่ 11 ซึ่งเป็นโครงการของทางโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ ที่จะพานักเรียนจากโรงเรียนและโรงเรียนอื่นๆ ไป ร่วมจัดกิจกรรมให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ในแต่ละปี โดยปีนี้เรามาจัดกันที่วัดมารีย์นุเคราะห์ อ.ไทยเจริญ จังหวัดยโสธร โดยมีกำหนดการจัดระหว่างวันที่ 11 – 21 ตุลาคม 2552 ซึ่งในตอนที่ผมกำลังพิมพ์บล็อกนี้คือวันที่ 14 และผมจะอยู่ที่ค่ายนี้ถึงแค่วันที่ 17 เนื่องจากมีภารกิจอื่นในวันที่ 18 และเนื่องจากว่าผมไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยสะดวกนัก ผมจึงต้องพิมพ์บล็อกนี้ส่งเป็นไฟล์ให้กับทางฝ่าย KM ช่วยโพสท์อีกที (ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย)
ตอนแรกผมก็กะว่าจะรอให้กลับไปก่อน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาและจังหวะไหม พอดีผมมีเวลาว่างในค่าย เลยคิดว่าแบบนี้น่าจะสะดวกกว่า โดยรวมค่ายนี้จะเป็นการร่วมกันทำงานระหว่างคณาจารย์กับนักเรียนของทางโรงเรียน ผลงานในภาพรวมโดยส่วนตัวผมคิดว่าดีมาก เพราะทุกๆ ส่วนก็ได้เกิดการเรียนรู้อย่างมากเลยทีเดียว แต่ประเด็นที่ผมอยากจะพิมพ์ตอนนี้ไม่ค่อยตรงๆ กับเรื่องของค่ายนี้เท่าไหร่ แต่น่าจะเป็นเหตุการณ์แวดล้อมอื่นๆ ที่ผมได้พบระหว่างอยู่ช่วงค่ายนี้
ถ้าพูดกันตามตรง ในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมานี้ ผมปิดตัวเองจากสังคมภายนอกไปเยอะพอสมควร ถ้าเทียบกับสมัยที่เรียนอยู่มัธยมที่จะชอบไปเข้าร่วมโครงการนู้นโครงการนี้ที่อื่นตลอดเวลา ผมกลับใช้เวลาส่วนใหญ่แต่กับกิจกรรมของคิวบิกครีเอทีฟเองเกือบหมด ในการออกค่ายมากับโรงเรียนที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์เบื้องหลังใดๆ มาก่อน ที่มีการสนับสนุนจากศาสนาที่ผมไม่รู้จัก และกลุ่มสังคมในโรงเรียนที่ผมไม่รู้จัก ค่ายนี้จึงเปรียบเสมือน “โลกใหม่” สำหรับผม
ผมได้เห็นวัฒนธรรมการทำงานหลายๆ อย่างที่ไม่คุ้นเคย หลายๆ เรื่องก็เป็นเรื่องที่คิวบิกฯ ไม่เคยนึกถึงและควรนำไปประยุกต์ใช้ ในขณะเดียวกันหลายๆ เรื่องก็เป็นในทางกลับกัน ยกตัวอย่างเช่นป้ายชื่อ ที่ค่ายนี้ผมจะไม่เห็นว่ามีการตั้งเป้าหมายในการออกแบบถึงวัตถุประสงค์ของป้ายชื่อ (คือการให้รู้ว่าคนนี้ชื่ออะไร) ที่ชัดเจน ส่งผลให้ป้ายชื่อมีขนาดเล็ก ตัวอักษรที่ระบุชื่ออยู่ในตำแหน่งที่เห็นไม่ชัด และเล็ก รวมไปถึงป้ายชื่อที่พลิกกลับไปกลับมาได้ แต่ไม่ได้ทำไว้ทั้งสองด้าน ซึ่งในจุดนี้ผมคิดว่าคิวบิกครีเอทีฟละเอียดกว่าเห็นๆ
แต่ในจุดที่คิวบิกครีเอทีฟควรจะนำมาพิจารณา เช่นระบบการจัดพัสดุที่ค่อนข้างละเอียด มีการเช็คจำนวนต่างๆ ตลอดเวลา ทำให้รู้ว่าอะไรเหลือเยอะอะไรเหลือน้อย หรือสามารถเช็คว่ามีอะไรแค่ไหนโดยไม่จำเป็นต้องไปรื้อดูจริงๆ ตลอดเวลาได้ ซึ่งก็ทำให้การทำงานของฝ่ายอื่นๆ ง่ายขึ้น
แต่เรื่องของโลกใหม่เหล่านี้ ไม่ใช่ประเด็นที่ผมอยากจะนำเสนอตรงนี้เท่าไรนัก (คิดว่าคงจะมาเขียนสรุปให้ในคราวหลังจากที่จบค่ายแล้ว)
แน่นอนว่าในโลกใหม่นี้ ก็ย่อมมีสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น จากการที่ผมเองได้มาอยู่ในสังคมที่ผมไม่คุ้นชินมาก่อน บางเรื่องที่เคยคิดว่าปกติ กลับไม่ปกติ บางเรื่องที่เราคิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ กลับกลายเป็นเรื่องที่แสนปกติเสียซะอย่างนั้น
นอกจากนี้แล้ว อะไรที่เราเคยเห็นว่าเป็นอย่างไร เมื่อเราได้มีโอกาสมาเห็นสิ่งนั้นในอีกมุมหนึ่ง และพบว่ามันช่างแตกต่างจากที่เราเคยสัมผัส มันก็ทำให้เราเสียศูนย์ได้ง่ายๆ
น่าเสียดายที่เรื่องต่างๆ ที่ผมพบนั้นละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ผมจะมาพูดชัดๆ ให้โดยละเอียดเพื่อเรียนรู้ในที่นี้ได้ แต่ผมขอยกตัวอย่างเป็นกรณีของการทำงานในคิวบิกครีเอทีฟที่มีรูปแบบปัญหาคล้ายกัน เราอาจรับคนมาทำงานโดยการคัดเลือกวิธีหนึ่ง จากการมองเห็นด้านด้านหนึ่งของคนๆ นั้น แต่คำถามคือ เมื่อเราได้ทำงานกับเขาถึงจุดหนึ่งแล้ว และเราได้พบอีกด้านหนึ่ง ที่ขัดแย้งกับรากฐานทั้งหมดของคิวบิกครีเอทีฟโดยสิ้นเชิง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง เราจะทำอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนๆ นั้นได้ชื่อว่าเป็นทีมงานของ “คิวบิกครีเอทีฟ” ที่สมควรจะได้รับความรัก การแบ่งปัน และความเชื่อใจตามความเชื่อร่วมกันของเราแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียเลย
เราแทบจะไม่มีวันจะรู้ได้ว่าเรารู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับอะไรหรือใครได้หมดแล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไร มันจะมีเรื่องอื่นในมุมอื่นโผล่มาเซอร์ไพรส์เราได้ตลอดเวลา จากคนที่ดูมีน้ำใจ กลับกลายเป็นคนแสนงก หรือสิ่งที่ดูโง่งมงาย อาจกลับฉลาดหลักแหลม เราจึงต้องไม่ยึดติด และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของเราเมื่อพบว่าสิ่งที่เราคุ้นเคยเหล่านี้ไม่เป็นอย่างที่เราคิด และพร้อมที่จะละทิ้งหรือกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกจากชีวิตของเราถ้ามันดีกว่า โดยไม่คิดถึงด้านมายาที่เราเคยเห็น
จนในบางครั้ง เราอาจคิดว่า ถ้าเราไม่รู้เสียเลยยังจะดีกว่า…
ค่ายนี้ได้สร้างคำถามที่ท้าทายวิจารณญานของผมอีกมากมาย และผมคงต้องใช้เวลาอีกมากยิ่งกว่า เพื่อหาคำตอบทั้งหมดนี้
ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก
นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา
คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)
1 Response to A Whole New World
Gon
October 22nd, 2009 at 5:24 pm
- ย่อหน้าแรกเอามาจากนิทานเรื่องไหนฮะเนี่ย?
- เวลาไปค่ายอื่น ไม่เคยคิดจะเอามาโพสท์ลงคิวบิกบล็อกเลยครับ แต่เป็นไอเดียที่น่าสนใจ (ทำจริงน่าจะยาก ขนาดเรียงความประธานค่าย ยังรู้สึกไม่ไหวจะเคลียร์)
- ตอนที่มาค่ายคิวบิกแรก ๆ ก็เป็นโลกใหม่สำหรับผมเหมือนกันฮะ (แต่ตอนนี้คงเป็นโลกเก่าไปแล้ว) น่าสนใจเหมือนกันว่า ถ้าเป็นฅนที่เคยเข้าค่ายมาก่อนเยอะ ๆ แล้วมางานของคิวบิกครั้งแรก จะรู้สึกอย่างไร
- เรื่องรับฅน คิดว่า เรายังไม่อยู่ในสถานะที่่จะคัดกรองฅนออกได้ง่ายขนาดนั้น แต่ในทางกลับกัน การที่เราพัฒนาความสามารถของสมาชิกเราให้ดียิ่งขึ้นไปได้ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายเอามาก ๆ