ครุย

In: Cubic Research Group  By: Masatha

10 Jul 2008

คิวบิคบล็อกกลับมาใหม่แล้วครับ

หลังจากที่ล้มหายตายจากไปเพราะว่าไม่มีฅนเขียน

กลับ มาคราวนี้ ผมได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นหนึ่งในนักเขียนประจำฮะ (ยังมีอีกหลายท่าน) ซึ่งจะเขียนบทความลงประมาณเดือนละหน ถ้าทำได้ เนื้อหาจะเกี่ยวกับอะไรก็ได้แล้วแต่แนวทางของแต่ละฅนเลย แต่มีหัวข้อภาพรวมคือเกี่ยวกับ ‘การศึกษา’

ผมเองมี blog เป็นของตัวเองอยู่แล้วครับ ที่ http://www.spaces.live.com/masathaKUS26 ซึ่งจะเขียนประมาณ 10 วันหน (หรือเดือนหนึ่งไม่เกินสามครั้ง) ส่วน ที่แตกต่างกันระหว่างบล็อกของตัวเองกับคิวบิคบล็อก นอกจากบล็อกตัวเองจะไม่มีธีมแล้ว (แปลว่าจะเขียนเรื่องอะไรก็ได้) ในที่นี้ก็จะเขียนเรื่องส่วนตัวน้อยลงครับ แล้วก็จะพยายามรวบประเด็นให้ชัดเจนขึ้น รวมไปถึงใช้ภาษาวิบัติให้น้อยลง (แต่ก็คงยังวิบัติอยู่ดี “- -)…. ก็มาลองลุ้นกันดูซิว่า Cubic Blog Rebirth คราวนี้จะไปได้สักกี่น้ำ (ฮา)

เรื่อง ที่ผมเลือกจะเขียนคราวแรกนี้เกี่ยวกับการรับปริญญาครับ ดูเป็นอะไรที่เสียดสีประชดประชันมิใช่น้อยที่โพสต์แรกที่เขียนถึงการศึกษา จะเลือกเหตุการณ์ที่เป็นเสมือนจุดสุดท้ายของการศึกษาในสังคมไทย (อย่ามาบอกว่าฅนเราต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตนะครับ ยอมรับมาซะดี ๆ ว่าในเชิงสัญลักษณ์แล้ว รับปริญญาเมื่อไหร่ คุณก็เสมือนหลุดจากกระบวนการศึกษาไปสู่สังคมการทำงานแล้วล่ะ)

ผม คงไม่มาวิจารณ์ในเอนทรี่แห่งนี้นะครับ ว่าการศึกษาของไทยประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว มันใหญ่โตเกินสติปัญญาของผมเกินไป และเครียดเกินไป … เรื่องเครียด ๆ แบบนี้ รออิ๊กหรือป่านมาละเลงจะดีกว่า(ฮา)

ผมขอเขียนเรื่องเบา ๆ หัว ในแบบของผมแล้วกัน

***

ช่วงนี้เป็นช่วงรับปริญญาของจุฬาครับ ผมได้มีโอกาสไปเดินแถว ๆ ที่เขาถ่ายรูปรับปริญญากัน ยอมรับเลยว่าเป็นบรรยากาศที่ชื่นมื่นมาก

คง ไม่บ่อยหรอกนะครับ ที่เดิน ๆ ไปจะได้เห็นบรรยากาศของการรวมญาติที่เยอะขนาดนี้ (บางฅนมีญาติ ๆ มาถ่ายรูปด้วยตั้ง 20-30 ฅน) ญาติ ๆ แต่ละฅนก็แต่งสูท ใส่ชุดไทยกันมาเต็มที่ (ของผมจะไปถ่ายรูปกับน้องชาย ใส่ชุดนักศึกษายังโดนที่บ้านเอ็ดเลยครับว่าทำไมไม่แต่งตัวให้ดีกว่านี้) ยังมีช่อดอกไม้ ตุ๊กตา กรอบรูปเต็มไปหมด ตัวบัณฑิตเองก็เป็นพระเอก-นางเอกของงาน มีฅนซับหน้าให้ เวลาเดินไปไหนก็จะมีช่างกล้องประจำตัวคอยตาม แทบจะถ่ายรูปทุกอิริยาบถ ผมเองเดินเข้าไปในดงของบรรดาบัณฑิตใหม่ก็สัมผัสได้ถึงความชื่นชมยินดีอบอวล ไปหมด

แต่ในห้วงเวลาเหล่านี้ ก็ยังเรื่องน่าหงุดหงิดใจอยู่หลายเรื่องนะครับ

เริ่ม ตั้งแต่วันรับปริญญา ถ้าเป็นสาว ๆ เท่าที่ผมทราบก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี3-ตี4 เพื่อมาแต่งหน้า ผมเองขนาดไม่ต้องทำอะไรยังลุกไม่ไหวเลยครับ เพราะวันซ้อมรับปริญญาก็เหนื่อยมาก เวลานั่งรถมาถึงที่สวนอัมพร (มหิดลรับที่สวนอัมพร) ลงจากรถก็จะมีฅนกลุ้มรุม เอาดอกไม้ช่อเล็ก ๆ มาติดที่ตัว ถ้าปฏิเสธ หรือวิ่งหนีไม่ทัน ก็จะเจอเก็บเงิน ผมเองตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลยครับ เวลาที่มีฅนรุมติดดอกไม้จนเสร็จแล้วก็แบมือบอกว่า ทั้งหมด 420 บาทค่ะ สุดท้ายก็บอกว่าไม่เอา แล้วก็ดึงดอกไม้ออกทีละอัน ๆ ผู้ขายก็บ่นงึมงัมแล้วก็ปึงปังจากไป

เสียอารมณ์ทั้งผู้ขาย ทั้งผู้(ไม่ได้) ซื้อตั้งแต่เช้า

จาก นั้นก็ไปรอให้ห้องประชุมครับ ในห้องประชุมดีหน่อย ก่อนเริ่มพิธีมีขับกล่อมด้วยเพลงจากวงดนตรี แล้วก็มีซ้อมร้องเพลงกับซ้อมคณะผู้บริหารอัญเชิญตรามหาลัย (แต่บอกตามตรงว่าไม่ค่อยพร้อมเพรียงเท่าไหร่) สมัยผมเป็นสมเด็จพระเทพฯมาพระราชทานครับ ตรงเวลาเป๊ะ ๆ (แต่ถ้าเป็นสมเด็จพระเทพ ถึงจะสายแค่ไหน ผมว่าทุกฅนก็ยินดีจะรอ) พอเข้าเริ่มพิธีการก็อยู่ในโหมดน่าเบื่อแล้วละครับ จนถึงคิวของคณะตัวเองถึงค่อยมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย

หลัง จากรับปริญญาเสร็จก็เป็นกระบวนการถ่ายรูปตอนแดดร้อนเปรี้ยงครับ สมัยผมแต่งชุดครุยสองวัน วันแรกผมถ่ายรูปกับเพื่อนร่วมรุ่น แล้วก็กลับไปโรงเรียนไปถ่ายรูปกับอาจารย์ วันที่สองถ่ายรูปกับญาติ ๆ และครอบครัว

ก่อน หน้าที่จะรับปริญญาของตัวเอง ผมก็เคยไปงานรับปริญญาของพี่รหัส แล้วก็ของเพื่อน ๆ ครับ ผมพบว่า วันจริง เจ้าตัวจะยุ่งมาก ๆ พอเจอหน้าเรา รับช่อดอกไม้เสร็จ ถ่ายรูป แล้วก็ต้องวิ่งไปถ่ายรูปกับฅนอื่นๆ ต่อ ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ (วันนั้นพี่รหัสมาถ่ายรูปที่หอครับ ผมถ่ายเสร็จก็ค่อยไปเรียนหนังสือ) ในส่วนของวันงานเอง ตอนแรกก็สองจิตสองใจครับ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นัดเพื่อน ๆ โรงเรียนมาเลย ถ่ายแต่กับเพื่อนที่คณะอย่างเดียว

สุดท้ายก็โดนด่าขรมเลยครับ “- – ทำนองว่า มีงานทำไมมึงไม่บอกกู เป็นเพื่อนกันรึเปล่า คราวหน้าถ้าไม่บอกอีกนี่มีเคืองแน่ ๆ ฯลฯ

จริง ๆ แล้วผมเองก็ลำบากใจนะฮะ เพราะวันนั้นต้องไปถ่ายกับเพื่อน ๆ ที่คณะ (มีงานที่คณะต่อ) ถ้าเป็นอีกวัน ก็ต้องถ่ายรูปรวมกับญาติ ๆ แล้วแค่ดูแลญาติ ๆ อย่างเดียวก็จะจิตแตกอยู่แล้ว (ครอบครัวอื่นผมไม่ทราบ แต่ที่บ้านผม ถ้ามารวมกันเยอะ ๆ จะตีกันมากกว่าดีกัน) ต้องวิ่งดูแลฅนโน้นที ฅนนี้ที ถ้ายังนัดเพื่อน ๆ มาอีก ถ่อมาถึงสวนอัมพร ถ่ายรูปสองรูป แล้วก็ไม่เหลียวแล ผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจน่ะครับ

เพื่อน ผมอีกฅนนัดแยกเลยครับ นัดเพื่อนโรงเรียนมาอีกวันนึงแล้ว แล้วก็ถ่ายรูปเต็มที่ ย้ายไปตรงนู้นที ตรงนี้ทีตามจุดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ส่วนตัวผมเองไม่ได้ชอบถ่ายรูปขนาดนั้นครับ ไอ้ที่จะมานั่งครีเอท ถ่ายรูปตามท่าทางต่าง ๆ ไม่ถนัดเอาเสียเลย เวลาเพื่อนมาก็ถ่ายรูปรวมรูปเดียว แล้วก็จบ

พูด ถึงเรื่องถ่ายรูป สำหรับฅนอื่นผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ผมพบว่า วันรับปริญญาเราจะถ่ายรูปเยอะมาก แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ ของผมเองรูปที่เก็บเข้าอัลบั้มหรือเอาขึ้นเว็บจริง ๆ ก็มีแค่ รูปเดี่ยวดี ๆ สักสองสามรูป รูปที่ถ่ายกับครอบครัว รูปที่ถ่ายกับอาจารย์ แล้วก็รูปที่ถ่ายกับเพื่อน ๆเ ป็นกลุ่ม ๆ เท่านั้นเอง วันรับปริญญาเนี่ย จะออกอาการประมาณว่า เจอหน้าใครก็ถ่ายดะไปหมด แต่สำหรับผมแล้ว มีแค่ไม่กี่ฅนเท่านั้นแหละครับที่รู้สึกว่ารูปที่ถ่ายมีความหมาย ที่เหลือถ้าเป็นแค่ฅนรู้จักธรรมดา เจอหน้ากันไม่กี่หน เอ้า ถ่ายสักหน่อย ก็เป็นรูปที่พลิก ๆ ผ่านไปโดยไม่ได้มีความผูกพันอะไรมากนัก

อีก เรื่องก็คือช่อดอกไม้ กับของที่ระลึก เวลาไปหาใครก็รู้สึกว่าต้องมีมารยาทเอาช่อดอกไม้ไปให้ใช่ไหมครับ? ซึ่งเวลาบัณฑิตถ่ายรูปมีช่อดอกไม้ถืออยู่ในมือจริง ๆ นั่นแหละ แต่ผมก็พบว่า เจ้าตัวจะถือช่อที่สวยที่สุดถ่าย ส่วนช่อเล็ก ๆ อื่น ๆ รองลงมาก็จะรับไว้ ขอบคุณ แล้วก็เอาวางไว้บนโต๊ะ (ไม่ก็ให้แฟนช่วยถือ) ตอนผมรับปริญญาผมบอกที่บ้านว่าไม่ต้องซื้อให้ เพราะว่าน้อง ๆ รหัสจะช่วยหารค่าดอกไม้ออกให้ช่อนึงอยู่แล้ว ผมว่าเอาจริง ๆ ช่อเดียวก็เอาอยู่แล้วครับ (หรืออย่างมากไม่เกินสองช่อเอ้า เผื่อสลับกันถือ) ถ้ามากกว่านั้นก็ดูสิ้นเปลืองพิกล เพราะเสร็จแล้วดอกไม้เราก็ไม่ได้เก็บไว้ ก็ต้องทิ้งอยู่ดี ฉะนั้น ถ้าจะมางานรับปริญญาของผมละก็ ไม่ต้องเอาดอกไม้มาให้หรอกนะครับ ถ้าจะให้จริง ๆ ให้เป็นของดีกว่า (เข้าใจว่าคงอยากแสดงความยินดี)

เท่า ที่เล่ามา ก็รู้สึกว่าการรับปริญญาบางทีก็มีเรื่องลักลั่นบ้างเหมือนกัน ธรรมเนียมไทย ๆ แบบเรา ถ้าไม่มากเกินไปก็จะน้อยเกินไปเสมอ (ฮา) แต่อย่างไรก็ตาม วันนั้นเป็นวันที่ดีที่สุดวันนึงในชีวิตน่ะครับ ให้เป็นวันที่น่าจดจำไว้ดีกว่า อดทนเรียนมาสี่ปีหรือมากกว่านั้น สุดท้ายจะได้สิ้นสุดกันสักที ไม่ต้องเรียนอีกแล้ว

แต่ อย่าลืมว่า จุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง ก็คือจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างเสมอ วันรับปริญญาสำหรับผม เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว เป็นวันเริ่มต้นของการเป็นผู้ใหญ่ที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตตนเองจริง ๆ จัง ๆ เสียทีแล้วละครับ (ซึ่งดูแล้วน่าห่วงมากกว่าน่าดีใจนะเนี่ย-ฮา)

3 Responses to ครุย

Avatar

Chayanin

July 12th, 2008 at 4:39 pm

ดูท่าทางจะยังไม่มีคนอื่นเข้ามาอ่านและออกความเห็นในเร็วๆ นี้ ก็คอมเมนต์กันเองไปก่อนละกันครับ (ฮา)

พูดถึงเทศกาลรับปริญญาแล้ว ผมก็เคยสร้างตำนานมาแล้วครับ กับน้ำผลไม้ทิปโก้หนึ่งกล่องติดมือไปถ่ายรูป ฮือฮากันในหมู่เพื่อนฝูงพอสมควร

บางที ภาพลักษณ์ก็สำคัญกว่าการใช้ประโยชน์มั้งครับ

Avatar

khaotu

July 18th, 2008 at 8:23 pm

รับปริญญา เป็นวันเริ่มต้นที่บัณฑิตต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองแล้วล่ะเนอะ

Avatar

หมอภูธร เมืองขอนแก่น

September 5th, 2008 at 11:57 pm

เคยได้ยิน หลักการออกแบบ ที่ใช้กันมาทุกยุคทุกสมัย เป็นวลีพื้นๆ แต่ทันสมัยเสมอ… “Form follows function.” แต่สงสัยกรณีนี้ ที่ป่านพูดว่า “บางที ภาพลักษณ์ก็สำคัญกว่าการใช้ประโยชน์” ก็คงจะจริงละนะคะ

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน พอดีว่าห้องที่อยู่มันขึ้นรา ก็เลยแจ้งช่างมาซ่อมมาจัดการสักหน่อย แล้วก็พอดีว่า พ่อแม่ขึ้นมาขอนแก่นพอดี ก็เลยช่วยกันยักย้ายของ เพื่อให้ช่างทำงานสะดวก
จากนั้น แน่นอนว่าก็ต้องมีการจัดของคืน ด้วยความที่โต๊ะหัวเตียง ก็เอามาใช้วางเครื่องปริ๊นเตอร์แล้ว และเตียง ทางสำนักงานหอก็บังคับว่าต้องเอาไว้ในห้อง ก็เลยเป็นว่า เอาเตียงมาวางชิดกัน แล้วก็คิดต่อ… เอ๊ะ อยากได้โคมไฟสักดวงมาวางที่หัวเตียงแฮะ จะได้อ่านหนังสืออ่านเล่นอะไรก่อนนอน แล้วก็ปิดไฟใกล้ๆ ไม่ต้องลุกเดินไปปิดไฟ… แต่มันไม่มีโต๊ะหัวเตียงแล้วนี่… พ่อก็เลย… ใช้หลักการ “Form follows function.” ซะเต็มเหนี่ยว!!!
“เอางี้มั้ยลูก… เอาเทปมาพันติดกับกำแพง!!!” เฮ้อ… เดชะบุญ ฟูกเตียงมันยังพอจะแข็งๆ อยู่ เอาล่ะ วางมันบนเตียงแหละ…

ขอ “Function follows form.” บ้างก็แล้วกันนะคุณพ่อขาาา… ^^

Comment Form

Welcome!

ยินดีต้อนรับสู่ Cubic Blog ที่ๆ รวมความคิดเห็นจากพวกเราชาวคิวบิกครีเอทีฟในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทำงาน มุมมองที่มีต่อสังคม แวดวงการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องทั่วๆ ไปเท่าที่พวกเราจะคิดออก

นอกจากนี้แล้ว พบกับคอลั่มน์พิเศษฉลองครบรอบ 5 ปีคิวบิกครีเอทีฟ Million Things We've Learned ที่รวบรวมเรื่องราวของทีมงานคิวบิกครีเอทีฟถึงสิ่งที่พวกเราได้เรียนรู้ตลอดการทำงาน 5 ปีที่ผ่านมา

คิวบิกครีเอทีฟหวังว่า Cubic Blog นี้คงจะเป็นสื่อกลางที่สำคัญที่ทำให้เราใกล้กันมากขึ้นครับ :)

ทวีทล่าสุดจาก Kupo

ทวีทล่าสุดจากสมาชิกคิวบิกฯ

more...